Page 238 - E-BOOK DOUBLE STEAM 2019
P. 238

236   โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ปทุมวัน




          หลังคาประกอบด้วยวัสดุหลัก 2 ส่วน คือโครงหลังคา และวัสดุมุงหลังคา มีความส�าคัญเท่าเทียมกัน และท�าหน้าที่
          ร่วมกันอย่างสามัคคี โครงหลังคา ถ้าไม่แข็งแรง แอ่นยุบ ก็จะท�าให้กระเบื้องอ้า เผยอ น�้ารั่วเข้าบ้านได้ หลังคา
          ถ้าไม่แข็งแรง ก็จะแตกหัก หรือมุงไม่สนิท ก็เป็นสาเหตุให้น�้ารั่วซึม สร้างความเสียหาย กับโครงหลังคา และ

          ตัวบ้านได้ เช่นกัน
                 ส่วนประกอบอื่น ที่มีความส�าคัญรองลงมา คือ ฝ้าเพดาน มีฝ้าเพดานภายใน และฝ้าภายนอก (ฝ้า
          ชายคา) และปัจจุบัน มีวัสดุก่อสร้างชนิดใหม่เข้ามาเพิ่มเติม คือวัสดุที่เป็นฉนวนกันความร้อน ที่จริงฝ้าเพดาน
          ภายใน ควรจะท�าหน้าที่เป็นฉนวนกันความร้อนได้ด้วย แต่มันไม่สามารถกันได้ 100 % จึงต้องมีฉนวนมาช่วยเสริม

          โดยเฉพาะถ้าวัสดุมุง มีความบางและสะท้อนความร้อนไม่ดีพอ ส่วนฝ้าเพดานภายนอก จะท�าหน้าที่ต่างจากฝ้าเพดาน
          ภายใน เพราะฝ้าภายนอก จะไม่กันความร้อน แต่จะต้องสามารถให้อากาศผ่านได้ เพื่อปล่อยให้มีการระบายอากาศ
          ในพื้นที่ใต้หลังคา ไม่ให้ถ่ายเทความร้อน ลงสู่ห้องข้างล่าง


















                                       กำรก่อสร้ำงโครงหลังคำแบบเดิม
                 โครงหลังคำ จะใช้วัสดุก่อสร้าง หลักๆ 2 ชนิด คือไม้ กับเหล็ก ส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กมักจะใช้แค่
          โครงสร้างใหญ่ๆ เช่นคาน แต่ส่วนจันทัน แป ตง นั้นก็นิยมใช้ไม้และเหล็ก ซึ่งนับวันไม้ก็เริ่มใช้น้อยลงเรื่อยๆ
          ด้วยเหตุผลเดียวกับส่วนอื่นๆ อนาคตก็คงจะเหลือแค่โครงเหล็กเท่านั้น ที่จะเป็นพระเอกอยู่บนหลังคาแต่เพียงผู้เดียว

          โครงหลังคาเหล็ก เริ่มมีเข้ามาทดแทนเมื่อไม้ มีราคาแพงขึ้น การใช้โครงหลังคาเหล็กแบบดั้งเดิม(เหล็กด�า) เป็นการ
          เปลี่ยนทั้งวัสดุ และวิธีการท�างาน เพราะเหล็กต้องใช้การเชื่อมเป็นหลัก แม้จะท�างานได้รวดเร็วกว่าโครงไม้ โครง
          หลังคาเหล็กแบบดั้งเดิมก็ยังมีข้อเสียหลายประการ เช่น การติดตั้งไม่ได้มาตรฐาน มีน�้าหนักมาก และสิ้นเปลืองวัสดุ
          มีการผุกร่อนของเหล็ก แม้จะทาสีกันสนิมแล้วก็ตาม
   233   234   235   236   237   238   239   240   241   242   243