Page 141 - PDS Play to learn
P. 141
การจัดกิจกรรม PDS PLAY TO LEARN เพลินไปกับสาธิตปทุมวัน 141
ด้วยการบูรณาการสะเต็มศึกษา (STEM EDUCATION) ส�าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
โรคโนโมโฟเบีย (nomophobia)
ใครบ้างที่เข้าข่ายเป็นโรคโนโมโฟเบีย
1. พกโทรศัพท์ติดตัวตลอดเวลา ต้องวางไว้ใกล้ตัวเสมอ รู้สึกกังวลใจมากเมื่อมือถือไม่ได้อยู่กับตัว
2. หมกมุ่นอยู่กับการเช็คข้อความจากแอพพลิเคชั่นต่างๆอยู่ตลอด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูบ่อย
แม้ไม่มีเรื่องด่วน
3. เมื่อมีการแจ้งเตือนเข้ามาจาก
โทรศัพท์ จะให้ความส�าคัญในทันที ไม่เช่นนั้นจะ
ไม่มีสมาธิ มีความกระวนกระวายใจ จนไม่
สามารถท�าภารกิจที่อยู่ตรงหน้าต่อได้
4. เมื่อตื่นนอนก็เช็คโทรศัพท์เป็นอันดับ
แรก และก่อนนอนก็ยังคงเล่นโทรศัพท์ เล่นเกม
5. เล่นโทรศัพท์เป็นประจ�าในขณะที่
ก�าลังท�ากิจกรรมอื่นๆในชีวิตประจ�าวัน เช่น
ระหว่างรับประทานอาหาร เข้าห้องน�้า ขับรถ หรือระหว่างนั่งรอรถเมล์ ขึ้นรถไฟฟ้า
6. เมื่อหาโทรศัพท์ไม่เจอ จะรู้สึกตื่นตระหนกตกใจมากกว่าสิ่งของอย่างอื่นหาย
7. กลัวโทรศัพท์ตัวเองหาย แม้ว่าจะวางอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้วก็ตาม
8. ไม่เคยปิดโทรศัพท์มือถือเลย
9. ในแต่ละวันใช้เวลาพูดคุยกับผู้คนผ่านโทรศัพท์ในโลกออนไลน์มากกว่าผู้คนจริงๆ รอบข้าง
10. โรคโนโมโฟเบียส่งผลให้เสี่ยงต่อสารพัดโรค และอาการผิดปกติทางร่างกาย
โนโมโฟเบียส่งผลให้เสี่ยงต่อสารพัดโรค และอาการผิดปกติทางร่างกาย
นิ้วล็อก เกิดจากการใช้นิ้วมือกด จิ้ม เขย่า สไลด์ หน้าจอติดต่อกันนานเกินไป ท�าให้มีอาการ
ปวดข้อมือ ข้อมืออักเสบ เส้นเอ็นยึด เกิดพังพืด ถ้ารู้สึกว่าก�านิ้วมือแล้วเหยียดนิ้วไม่ได้นั่นคือสัญญาณ
เตือนว่าควรรีบไปพบแพทย์
อาการทางสายตา เกิดอาการสายตาล้า ตาพร่า ตาแห้ง จากการเพ่งสายตาจ้องหน้าจอเล็กๆ
ที่มีแสงจ้านานเกินไป หรือเกิดอันตรายจากแสงสีฟ้าจากหน้าจอโทรศัพท์ (Blue Light) ที่ถ้าหากสัมผัส
แสงนี้ไปนาน ๆ อาจส่งผลให้วุ้นในตาเสื่อม จอประสาทตาเสื่อมหรือตาบอดจาก Age macular
degeneration (AMD) ได้
ปวดเมื่อยคอ บ่า ไหล่ เพราะในการใช้งานโทรศัพท์ คนส่วนใหญ่จะก้มหน้า ค้อมตัวลง ส่งผล
ให้กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่หดตัวผิดปกติ เลือดไหลเวียนไม่สะดวก หากเล่นนานๆ อาจมีอาการปวด
ศีรษะตามมา

