Page 97 - รู้รักษ์ พิทักษ์โลก
P. 97
หน้า 79
จากการจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนปนเล่น (Play and Learn) ผ่านเนื้อร้องและท่วงทํานองบท
เพลง สรุปได้ว่า การนําเพลงมาเป็นสื่อในกิจกรรมการเรียนรู้ เสียงเพลงจะช่วยผ่อนคลายความเครียด ทําให้
ผู้เรียนเกิดความรู้สึกสนุกสนานไปตามเนื้อหาอารมณ์ของเพลงเกิดเจตคติที่ดีต่อการเรียน ซึ่งสอดคล้องกับ
ผลการวิจัยหลาย ๆ งานที่บ่งชี้ว่า การใช้เพลงเป็นสื่อในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนจะช่วยทําให้บทเรียน
น่าสนใจ ช่วยสร้างแรงจูงใจให้แก่ผู้เรียน
เมื่อนักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนแล้ว จะส่งผลให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจที่จะศึกษาค้นคว้าเรื่องอื่น ๆ ต่อไป
อีกทั้งการเรียนปนเล่น (Play and Learn) ยังช่วยสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ที่สนุกสนานเพลิดเพลิน
ตลอดจนช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนมีพัฒนาการทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญาอย่างสมดุล
เอกสารอ้างอิง
ชัยวัฒน์ เหล่าสืบสกุลไทย. (2549). เพลงเพื่อการสอนและการจัดกิจกรรมนันทนาการ. กรุงเทพฯ:
โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
สิริพัชร์ เจษฏาวิโรจน์. (2550). การจัดการเรียนการสอนแบบบูรณาการ. กรุงเทพฯ: บุ๊ค พอยท์.
สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ. (2553). การเปลี่ยนแปลงโลกของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และการพัฒนาสู่ครู
มืออาชีพ” ใน การเรียนรู้สู่การเปลี่ยนแปลง. สุดาพร ลักษณียนาวิน (บรรณาธิการ).
2553.สมาคมเครือข่ายการพัฒนาวิชาชีพอาจารย์และองค์กรอุดมศึกษาแห่งประเทศไทย
สํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ.
ไสว ฟักขาว. (2559). ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (21st century skills). สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2563.
จาก http://web.chandra.ac.th/blog/wp-content/uploads/2015/10/ทักษะแห่งศตวรรษ
ที่-21-พับ.pdf
The Prototype by CA@PIM. (2561). เรียนภาษาไทยไม่สนุก“ต้นเหตุ”เพราะ“ครู” ยึดติดกรอบ
การสอนแบบเดิม?. สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2563,
จากhttps://theprototype.pim.ac.th/2018/07/06/thai-learning/.

