Page 268 - เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชไร่ขอนแก่น ประจำปี 2563 เล่มที่ 1
P. 268
263
ขอนแก่น 3 แล้วน าข้อตาอ้อยจานวน 400 ข้อตา มาเพาะในกระบะทรายเมื่ออ้อยงอกอายุ 1 เดือน น าส่วน
้
ิ้
ี้
่
่
่
้
ื้
ยอดไปผานการฆ่าเชอและตดชนสวนเนื้อเยื่อเจริญสวนปลายยอดภายใตกลอง และน าไปเลยงบนอาหาร
ั
MS1 เพื่อยืดขยายยอดอ่อนซึ่งช่วงนี้ต้องวางในเครื่องเขย่าตลอด 1 เดือน จากนั้นย้ายลงอาหาร MS2 เพื่อให้
์
้
ื
ี่
ั
อ้อยแตกกอไดอายุประมาณ 1 เดอน จากนั้นน าเนื้อเยื่ออ้อยทสมบูรณจานวน 100 ตวอย่างย้ายลงอาหาร
แข็งเพื่อน าไปฉายรังสีแบบเฉียบพลัน โดยใช้รังสีขนาด 40 Gy ท าการฉายรังสีที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์เทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นย้ายลงอาหารเหลว MS2 ได้อ้อยฉายรังสีรุ่น M V เมื่ออ้อยแตกหน่อ ท า
1 1
การ subculture อีก 2 ครั้งให้ไดรุ่น M V เพื่อลดการเกิดไคเมอรา แลวจงย้ายลงอาหารสตร MS3เพื่อชก
้
ั
ึ
้
ู
1 3
น าให้เกิดรากต่อไป
โคลนพันธุ์ KK07-037 ทาตามขั้นตอนเดยวกับพันธุ์ขอนแก่น 3 เมื่ออ้อยแตกกอในอาหาร M ได ้
ี
S2
ื
ั
ี่
์
อายุประมาณ 1 เดอน น าเนื้อเยื่ออ้อยทสมบูรณจานวน 200 ตวอย่างย้ายลงอาหารแข็งเพื่อน าไปฉายรังสี
แบบเฉียบพลัน โดยใช้รังสีขนาด 0 20 40 60 80 และ 100 Gy (เกรย์) ท าการฉายรังสีระดับละ 40 ตัวอย่าง
ที่ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นย้ายลงอาหารเหลว MS2 ทันทีเพื่อสังเกต
ี
การเปลยนแปลงหลงการฉายรังส ภายใตสภาวะควบคมแสง อุณหภูมิ และปลอดเชอ บันทกอัตราการรอด
ึ
ุ
้
ื้
ั
ี่
ชีวิตเพื่อหาค่า LD หรือปริมาณรังสีที่ท าให้พืชตายคิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของชุดที่ไม่ฉายรังส (control)
ี
50
ั
ี
ี่
ผลของการฉายรังสอ้อยโคลนพันธุ์ KK07-037 พบว่า ระดบรังสท 100 Gy ไม่มีเนื้อเยื่ออ้อย
ี
เจริญเติบโตได้ อ้อยแสดงอาการยอดและใบหงิกงอ ขาว และตายในทสด (ตารางที่ 2) ส่วนในระดับ 20 Gy
ี่
ุ
ี
ี
ี่
้
ี
ี่
ี่
ี่
์
ี
ุ่
มีอ้อยรอดชวิตท 73 เปอร์เซ็นตเมื่อเทยบกับอ้อยทไม่ไดรับการฉายรังส (control) ในขณะทกลมรังสท 40
ี
Gy มีอ้อยรอดชีวิตที่ 54 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับอ้อยที่ไม่ได้รับการฉายรังส (control) จากผลการตรวจการ
้
ี่
ื
่
ี่
ี
ี่
รอดชวิตของอ้อยโคลนพันธุ์ KK07-037 พบว่า ทคา LD ของปริมาณรังสทได คอ 43 Gy ททาให้อ้อยรอด
ี
50
ึ
ชวิตคดเป็น 50 เปอร์เซ็นตของชดทไม่ฉายรังส (ภาพท 2) เชนเดยวกับ พันธุ์ขอนแก่น 3 ดงนั้น จงน า LD 50
ั
่
ี
ี
ี่
ี
์
ิ
ี่
ุ
ี่
้
ทไดจากทง 2 พันธุ์มาใชในอ้อย 1 พันธุ์ทเหลอคอ อู่ทอง 5 ทงนี้ เนื่องจากเป็นชนสวนอ้อยชนิดเดยวกันจึง
ื
่
ี่
้
ั้
ิ้
ี
ื
ั้
ให้ผลไม่แตกต่างกันมากนักและเพื่อเป็นการประหยัดเวลาและงบประมาณในการฉายรังสี
จากนั้น เมื่อไดคา LD ของอ้อยพันธุ์ขอนแก่น 3 และโคลนพันธุ์ KK07-037 น าข้อตาอ้อยพันธุ์
้
่
50
อู่ทอง 5 และโคลนพันธุ์ KK07-037 จ านวนพันธุ์ละ 400 ข้อตา มาเพาะในกระบะทรายเมื่ออ้อยงอกอายุ 1
เดือน น าส่วนยอดไปผ่านการฆ่าเชื้อและตัดชิ้นส่วนเนื้อเยื่อเจริญส่วนปลายยอดภายใต้กล้อง และน าไปเลยง
ี้
บนอาหาร MS1 เพื่อยืดขยายยอดอ่อนซึ่งชวงนี้ตองวางในเครื่องเขย่าตลอด 1 เดอน จากนั้นย้ายลงอาหาร
่
ื
้
MS2 เพื่อให้อ้อยแตกกอได้อายุประมาณ 1 เดือน จากนั้นน าเนื้อเยื่ออ้อยที่สมบูรณ์พันธุ์ละ 150 ตัวอย่างรวม
้
300 ตวอย่างย้ายลงอาหารแข็งเพื่อน าไปฉายรังสแบบเฉียบพลน โดยใชรังสขนาด 40 Gy ทาการฉายรังสีท ี่
ี
ี
ั
ั
้
ี
ั
ศนย์วิจยนิวเคลยร์เทคโนโลยี มหาวิทยาลยเกษตรศาสตร์ จากนั้นย้ายลงอาหารเหลว MS2 ไดอ้อยฉายรังส ี
ู
ั
รุ่น M V จากนั้นเมื่ออ้อยแตกหน่อ ทาการ subculture อีก 2 ครั้งให้ไดรุ่น M V เพื่อลดการเกิดไคเมอรา
้
1 1
1 3
แล้วจึงย้ายลงอาหารสูตร MS3 เพื่อชักน าให้เกิดราก
อ้อยที่ผ่านการฉายรังสีและอ้อยตรวจสอบที่ไม่ได้รับการฉายรังสีแกมมา ทั้ง 3 พันธุ์ ได้แก่ ขอนแก่น
ี่
ู
้
ื้
3 อู่ทอง 5 และ KK07-037 ไดรับการชกน าให้เกิดรากในอาหารสตร MS3 ในสภาพปลอดเชอ (ภาพท 3)
ั

