Page 11 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 11

ี
 ตั้งแต่ปี 2464 โดยให้ใช้ศาลาการเปรียญเป็นที่เรียนหนังสือชั่วคราว (พระมิ่ง  อย่างหลากหลาย โดยกลุ่มท่โดดเด่นมากคือสภาลานวัดตะโหมด ซ่งเป็นแบบ
                                                                 ึ
                                                  ี
 ์
                  ี
 ศิษฐ์ สังข์บริสุทธิ์, 2561: 84, ประภาพรรณ วงศาโรจน, 2548: 5) จนถึงใน  อย่างท่สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของพระสงฆ์ท่สามารถร้อยรัดความสัมพันธ์
 ปัจจุบนวัดก็ยังมีบทบาทส่งเสรมงานด้านการศกษา การสร้างเสริมภมิปัญญา  ของคนในชุมชน ให้ร่วมกันขับเคล่อนกิจกรรมแก้ไขปัญหาของชุมชนอย่าง
 ู
 ึ
                                         ื
 ั
 ิ
 ิ
                              �
 ท้องถ่น การพัฒนาชุมชน รวมถึงการแก้ปัญหาในด้านจิตใจให้กับชาวบ้าน   เป็นประชาธิปไตย ทาให้เกิดความเข้มแข็งด้วยกระบวนการมีส่วนร่วมของ
                                                             ี
 ั
 ี
 เจ้าอาวาสวัดตะโหมดเป็นท่เคารพศรทธาของชาวบ้านมาก เพราะเป็นแกน  ชาวบ้านและกลุ่ม/องค์กรชุมชน สภาลานวัดตะโหมดเป็นท่รวมของบุคคล
 �
 �
 ี
 นาสาคัญท่เปิดโอกาสให้ชาวบ้านใช้ทรัพยากรของวัดในการพัฒนาความเจริญ  ผู้มีจิตอาสาในส่วนต่าง ๆ ของชุมชนให้ออกมาแสดงความรับผิดชอบร่วมกัน
                       ิ
 ให้แก่ท้องถิ่น ท�าให้ชาวบ้านเกิดความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระสงฆ์ และใช้วัด  พัฒนาท้องถ่นอย่างเข้มแข็งบนพ้นฐานภูมิปัญญาชุมชน อย่างมีเอกลักษณ์
                                       ื
 ื
 เป็นศูนย์กลางกิจกรรมของชุมชนเพ่อช่วยกันพัฒนาท้องถ่นในด้านต่าง ๆ สืบ  และน่าภาคภูมิใจ โดยมีสภาลานวัดตะโหมดเป็นสื่อกลางขับเคลื่อนกิจกรรม
 ิ
 มา ภายใต้การทางานเชิงบูรณาการและส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมตาม  การพัฒนาชุมชนร่วมกันระหว่างพระสงฆ์ ผู้นาชุมชน ชาวบ้าน หน่วยงาน
                                                  �
 �
 แนวทางพลัง “บวร” (บ้าน วัด โรงเรียน/ราชการ) โดยวัดตะโหมดได้เข้ามา  ราชการ และภาคีเครือข่ายต่าง ๆ จากภายนอกชุมชน
 มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและแก้ปัญหาของชุมชนในด้านต่าง ๆ   ชุมชนตะโหมดมีลักษณะเด่นคือเป็นชุมชน 2 ศาสนา (ชาวไทยพุทธ
 ชุมชนตะโหมดต้งอยู่ห่างจากจังหวัดพัทลุงไปทางทิศใต้ตามเส้นทาง  และชาวไทยมุสลิม) ท่มีพ้นฐานทางสังคมท่สาคัญ คือ ความเป็นเครือญาต  ิ
                                                ี
                                 ื
                               ี
 ั
                                                 �
 ถนนสายเพชรเกษม (พัทลุง-หาดใหญ่) ระยะทางประมาณ 39 กิโลเมตร    ซ่งในระยะแรกมีไม่ก่ตระกูล ต่อมาได้ขยายออกไปพร้อมกับต้งบ้านเรือนท่อย ู่
                             ี
              ึ
                                                                       ี
                                                             ั
 ื
 ห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 884 กิโลเมตร ชุมชนตะโหมดมีพ้นท ่ ี  อาศัยใหม่ แต่ยังคงรักษาความสัมพันธ์ทางเครือญาติไว้อย่างเหนียวแน่น
                                ี
                          �
                    ื
 ส่วนใหญ่เป็นที่ราบและภูเขา บริเวณที่ตั้งของชุมชนเป็นที่ราบเหมาะส�าหรับ  อันเป็นเง่อนไขสาคัญท่ท�าให้เกิดความกลมกลืนทางวัฒนธรรมระหว่าง 2
                                                  ี
 ท�าการเกษตร ได้แก่ ท�าสวนยางพารา ท�านา และท�าสวนผลไม้ โดยมีสายน�้า  ศาสนา และเกิดประเพณีงานบุญสองศาสนาท่เป็นวัฒนธรรมร่วม อันถือเป็น
                               ี
 สาคัญท่หล่อเล้ยงชุมชนถึง 5 สาย จึงทาให้คนในชุมชนได้เห็นคุณค่าของ  เอกลักษณ์ของชุมชนท่โดดเด่นและแปลกจากชุมชนอ่นท่เป็นชุมชน 2 ศาสนา
 ี
                                                       ื
 �
                                                          ี
 �
 ี
                                                                 ื
 สายน�้าและทรัพยากรธรรมชาติของชุมชน (เรณุมาศ รอดเนียม, 2556: 38)   เช่นเดียวกัน ชาวบ้านตะโหมดท้ง 2 ศาสนามีความช่วยเหลือเก้อกูลกัน ม ี
                                       ั
                                �
 ี
                         ิ
 ตลอดเวลาท่ผ่านมาชาวบ้านตะโหมดมีวิถีชีวิตอันอุดมสมบูรณ์อยู่กับ  อะไรก็แบ่งกันกนกันใช้ ดาเนินชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ไม่เกิดความแปลก
 ึ
 ้
 ธรรมชาติ ป่าไม้ และสายนา เป็นวิถีชีวิตแบบเรียบง่ายและพ่งพาอาศัยกัน   แยก ไม่มีความขัดแย้งท่รุนแรง ชาวไทยพุทธและชาวไทยมุสลิมอยู่ร่วมกัน
                                ี
 �
 ึ
 แต่สภาพการเปล่ยนแปลงท่เกิดข้นจากการเพ่มข้นของประชากร ทาให้  อย่างสมานฉันท์และสามัคคี ช่วยให้สามารถร่วมกันฝ่าฟันปัญหาท่ถาโถม
 ี
                                                                    ี
 ี
 ึ
 �
 ิ
 ธรรมชาติลดความอุดมสมบรูณ์ลง และเกิดปัญหาน�้าหลาก น�้าท่วม น�้าแล้ง   เข้ามา ต้งแต่ยุคสัมปทานป่า วิกฤติภัยธรรมชาติ หรือวิกฤติท่เกิดจากนโยบาย
                   ั
                                                            ี
 การพังทลายของหน้าดิน ชาวบ้านจึงมีการรวมกลุ่มทากิจกรรมของชุมชน  ภาครัฐ ซึ่งกิจกรรมของชุมชนมีทั้งความล้มเหลวและความส�าเร็จ แต่ได้เป็น
 �
 8  สภาลานวัดตะโหมด :                           พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 9
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   6   7   8   9   10   11   12   13   14   15   16