Page 13 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 13

บทเรียนช่วยผลักดันให้ชาวบ้านเกิดความตระหนักและร่วมกันต่อสู้เพ่อมุ่งไป  ทางวัฒนธรรม การศึกษานี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งจากพระสงฆ์ ผู้น�าชุมชน
 ื
 �
 ื
 สู่เป้าหมายเดียวกัน บนพ้นฐานของการทางานแบบมีส่วนร่วม ไม่แบ่งแยก  ชาวบ้าน รวมถึงภาคีเครือข่ายจิตอาสาพัฒนาของสภาลานวัดตะโหมด และ
                    ึ
                                  ิ
                                     ี
 ู
 ั
 ั
 ู
                                       ี
                                                        ั
                                                        ้
                                                                 ู
                                                                        ิ
                                                                       ุ
                                               ื
                                       ่
                                               ่
                                                      ู
                                                 �
 ผ้คนและศาสนาออกจากกน ด้วยการใช้สภาลานวดตะโหมดเป็นศนย์กลาง  จากการศกษาเอกสารอ้างองท่เกยวข้อง เพอนาข้อมลทงเชิงปฐมภมิและทตย
 ในการระดมสมอง เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ร่วมกันวางแผนพัฒนา   ภูมิมาประมวลและวิเคราะห์การด�าเนินกิจกรรมสังฆพัฒนา ขับเคล่อนตาม
                                                                   ื
 ี
 ี
 ึ
 และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งท่เกิดข้นในชุมชน ซ่งท่ผ่านมาแผนงานและ  แนวทางพลังบวร
 ึ
 �
 ี
 กิจกรรมขับเคลื่อนทั้งหลายล้วนเกิดจากเวทีน้ และเป็นศูนย์กลางการทางาน
 ึ
 ของชุมชนตะโหมด แนวทางการพัฒนาท่เกิดข้นในชุมชมตะโหมดสะท้อนให้  ประวัติชุมชนและบทบาททางสงคม
 ี
                                               ั
 เห็นถึงความสามัคคีของคนในชุมชน ซึ่งสามารถผลักดันให้เกิดความร่วมมือ  ของวัดตะโหมด
 ั
 และร่วมใจในการสร้างความม่นคงทางเศรษฐกิจ การฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ใน
 ชุมชน การพัฒนากลุ่มเด็กและเยาวชน และกิจกรรมการพัฒนาอื่น ๆ ซึ่งแม้  การต้งบ้านเรือนชุมชนตะโหมดในยุคแรกมีลักษณะอยู่ร่วมกันเป็น
                       ั
 ั
 บางคร้งปัญหาจะไม่สามารถแก้ไขได้ในทันที แต่ก็ได้หายุทธวิธีร่วมกันในการ  กลุ่มบ้าน ได้แก่ บ้านใน บ้านออก บ้านนอก บ้านปากพลี บ้านเกาะเรียน และ
                     ี
 บรรเทาผลกระทบหรือลดความขัดแย้ง และหาหนทางในการเยียวยา  กลุ่มบ้านท่อยู่ห่างไกลออกไปคือบ้านหัวช้างและบ้านโหล๊ะจันกระ สันนิษฐาน
                                                                        ื
                                                                ี
                                                ู
                                           ี
 ธรรมชาติไม่ให้ถูกท�าลายไป เป็นต้น  ว่าช่วงแรกเป็นชุมชนชาวไทยพุทธท่มาอย่ก่อนและได้สร้างท่พักสงฆ์เพ่อ
 ี
 ี
 ชุมชนตะโหมดท่กล่าวมาข้างต้นนับเป็นตัวอย่างท่ดีของชุมชนชนบท  ปฏิบัติธรรม ต่อมาชาวมุสลิมได้เข้ามาอยู่อาศัย ชาวไทยพุทธก็ย้ายไปอยู่ใน
 ี
 ท่ชาวบ้านสามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันบนพ้นฐานของความแตกต่างทาง  ชุมชนอื่น แต่ไม่ห่างไกล หลังจากนั้นได้มีการขยายกลุ่มบ้านออกไปและแบ่ง
 �
 ื
 ื
 ี
 ื
 ศาสนาและชาติพันธุ์ ซ่งอาจเป็นต้นแบบส�าหรับการด�าเนินชีวิตในพ้นท่อ่น ท ี ่  การปกครองตามกฎหมายลักษณะการปกครองท้องท่เป็นหมู่บ้าน ตาบล และ
                                                                  �
                                                       ี
 ึ
 �
 ี
 มีลักษณะทางกายภาพและวัฒนธรรมประเพณีของชุมชนท่คล้ายคลึงกัน ทา  อ�าเภอ ดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
 ี
                                        ั
 ื
 ่
 ิ
 ึ
 ั
                                                    �
                                                ี
 ้
 ็
 ุ
 ี
 �
 ให้เกดประเดนข้อสงเกตขนว่า “มเงอนไขใดบ้างท่ทาให้ชาวบ้านในชมชน   บ้านตะโหมดในปัจจุบันต้งอยู่หมู่ท่ 3 ตาบลตะโหมด เป็นเเหล่ง
 �
 ตะโหมดสามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข ภายใต้บริบทของความ  ประวัติศาสตร์ที่ส�าคัญทั้งในด้านประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ และศาสนา
              ั
                                                            ี
                ี
                                  ื
 แตกต่างทางศาสนา จนกระท่งท�าให้คนในชุมชนสามารถท�ากิจกรรมการ  ท้งน้จากหลักฐานต่าง ๆ เช่อกันว่าคาว่า “ตะโหมด” เรียกเพ้ยนมาจากชุมชน
 ั
                                         �
                                                                        ี
 ี
 ึ
 พัฒนาร่วมกันได้ และสามารถสร้างองค์กรชุมชนให้เกิดข้นจนเป็นท่ยอมรับ  “โต๊ะหมูด” ของชาวไทยมุสลิม รวมถึงปรากฏหลักฐานหลายอย่างท่ม  ี
                                                              ั
 ี
 จากสังคมภายนอก” ข้อสังเกตดังกล่าวน้มีความน่าสนใจท่จะค้นหาเหตุปัจจัย  ส่วนเก่ยวข้องกับช่อของชาวไทยมุสลิม เช่น นาปะเจ๊ะ (ท่ต้งของโรงเรียน
                  ี
                            ื
 ี
                                                             ี
 ที่ทาให้ชุมชน 2 ศาสนาแห่งนี้สามารถดารงชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน  วัดตะโหมดปัจจุบัน) นาโคกแขกเจ้ย หนองโต๊ะอ่อน หนองโต๊ะโล่ง ห้วยโต๊ะเล็ม
 �
 �
 10  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 11
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   8   9   10   11   12   13   14   15   16   17   18