Page 33 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 33
ได้ราว 75-80 วัน หลังจากจัดท�าแปลงทดลองขึ้นที่วัดได้มีเกษตรกรที่สนใจ
ิ
วดไม่ได้เน้นเชงเศรษฐกจ แต่ต้องการส่งเสรมระบบเกษตร เข้ามาถามไถ่ ขอเรียนรู้วิธีการเพาะปลูกเมล่อน (พรไทย ศิริสาธิตกิจ, 2564)
ิ
ิ
ั
อินทรีย์ตามนโยบายของจังหวัด คนในชุมชนจะได้บริโภค ในภาพรวมกล่าวได้ว่ากิจกรรมนี้ประสบความส�าเร็จพอสมควร และสะท้อน
ี
อาหารที่ปลอดภัย เราท�าแบบพอเพียงเน้นบริโภค ที่เหลือจึง ให้เห็นว่าวัดตะโหมดสามารถทาหน้าท่เป็นแหล่งเรียนรู้ของชุมชน เสริมสร้าง
�
�
ี
ขายเป็นรายได้เสริม ท่ต้องทาให้ดูเพราะถ้าเขาไม่เห็นความ ปัญญาให้แก่ชาวบ้าน ตลอดจนเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่าวัดซ่งเป็นแหล่งถ่ายทอด
ึ
ั
ั
ส�าเร็จเขาจะไม่กล้า เมื่อชาวบ้านเห็นว่าวัดก็ยังปลูกได้ อาศัย ความรู้และพัฒนาชุมชนมาตงแต่อดตน้น ยังสามารถปรับบทบาทให้ตอบ
้
ี
พระลูกวัดช่วยกันดูแล จนเป็นผลส�าเร็จอย่างที่เห็น ชาวบ้าน สนองการใช้ชีวิตของผู้คน และไม่ว่ายุคสมัย
ี
จะได้ม่นใจ โรงเรือนน้ได้พัฒนาชุมชนมาช่วย ใช้ทุนไม่มาก แต่ จะเปล่ยนไปอย่างไรหรือในสถานการณ์
ั
ี
ี
ึ
หากชาวบ้านไม่มีทุน ขอให้คิดจะท�า วัดยินดีสนับสนุน จะให้ ปัญหาใด วัดก็ยังคงเป็นท่พ่งของชุมชนได้
ี
ปลูกในพื้นที่แปลงรวมที่จัดให้ เสมอ อันเป็นบทบาททสะท้อนให้เหนว่า
็
่
วัดตะโหมดยังคงเป็นศูนย์กลางของชาวบ้าน
ิ
(พรไทย ศิริสาธิตกิจ, 2564) เพราะวัดตะโหมดมักจะเป็นแหล่งเร่มต้นของ
ี
�
ความคิดและกิจกรรมสาคัญ ๆ ท่สามารถ
ี
�
พระครูสุนทรกิจจานุโยคใช้ปุ๋ยอินทรีย์ นาพาความเปล่ยนแปลงมาสู่ชาวบ้านและ
ท่มหาวิทยาลัยทักษิณพัฒนาข้น และได้รับ ชุมชนได้เสมอ
ี
ึ
ื
�
คาแนะน�าเก่ยวกับปัญหาเร่องโรคและแมลง
ี
รวมถึงระบบการจัดการในแปลงเพาะปลูก
�
การปลูกในโรงเรือนจะทาให้ปลูกเมล่อนได้
ตลอดทั้งปี ไม่ต้องกังวลเรื่องฝนฟ้าอากาศ
และยังช่วยลดการรบกวนของแมลงศัตร ู
ื
ี
พืช อย่างไรก็ตามเมล่อนเป็นพชท่ต้อง
ั
ั
อาศยการเอาใจใส่และดแลเป็นพิเศษ เช่น ต้องคอยระวงโรครานาค้างและ
ู
้
�
โรคเห่ยวในเมล่อน และต้องใช้เวลาต้งแต่เพาะเมล็ดจนถึงเก็บเก่ยวผลผลิต
ี
ี
ั
30 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 31
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

