Page 31 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 31

ซึ่งกระบวนการเหล่านี้ได้น�าไปสู่แนวคิดการพัฒนาที่โดดเด่นทั้ง 4 ฝ่าย คือ   เน้นด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจการเกษตรของชุมชนแบบองค์รวม ส�าหรับ
                                       ี
 ฝ่ายเศรษฐกิจ, ฝ่ายการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม, ฝ่ายสังคม และฝ่าย   กิจกรรมท่โดดเด่นและมีผลลัพธ์ท่ดีของฝ่ายเศรษฐกิจในสภาลานวัดตะโหมด
                     ี
 ิ
 ี
 ส่งแวดล้อม แต่ละกิจกรรมมีกระบวนการดาเนินงานและมีผลลัพธ์ท่สอดคล้อง  คือการพัฒนาเกษตรอินทรีย์และกลุ่มเกษตรกรท�านาตะโหมด ดังนี้
 �
 หรือประสานเสริมกันอย่างเหมาะสม ดังรายละเอียดต่อไปนี้
                        ั
                  การพฒนาเกษตรอินทรีย์
                            ี
                                                       ื
                  ในช่วงเวลาท่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเช้อไวรัสโควิด-19 รุนแรง
            ขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2563 ส่งผลให้ชาวบ้านตะโหมดประสบความยากล�าบากมาก
 ่
  ก. ฝายเศรษฐกิจ
            ในการท�ามาหากิน เช่นเดียวกับคนส่วนใหญ่ในสังคม ชาวบ้านมีรายได้น้อย
 ในภาพรวมชุมชนตะโหมดมีทรัพยากรป่าไม้ท่มีความอุดมสมบูรณ์ และ  ลง พระครูสุนทรกิจจานุโยค เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบันของวัดตะโหมด ได้ชวน
 ี
 ี
                 ้
 �
                                                          ึ
                                                          ่
                                                       ี
                                                               ื
 มีลาคลองหลายสายท่ไหลผ่านหมู่บ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ  ชาวบานทดลองปลูกเมลอนตามแนวทางเกษตรอนทรย์ ซงเป็นพชผลทมีราคา
                                                                    ่
                                                                    ี
                                                   ิ
                                ่
                                                                      ิ
 ทางการเกษตร ทานาและทาสวน ตามความเหมาะสมของสภาพพ้นท่ใน  สูงโดยไม่จาเป็นต้องใช้พ้นท่ปลูกจานวนมาก แต่สามารถสร้างรายได้เพ่มให้
 ื
 ี
                                ื
 �
                     �
                                        �
                                   ี
 �
 ื
 ั
 ู้
 ื
 �
 �
 ชุมชน ชาวบ้านส่วนมากทานาเพ่อการบริโภคในครอบครว ผท่ทานาเพ่อขาย  แก่ครัวเรือนได้ โดยชักชวนให้ชาวบ้านมาร่วมกันสร้างโรงเรือนที่วัด เป็นโรง
 ี
 มีบ้างแต่เป็นเพียงส่วนน้อย การทาสวนยางพาราถือเป็นอาชีพหลักของชาว  เรือนระบบปิดอย่างง่ายท่ใช้ระบบเกษตรอินทรีย์วิถีพอเพียง ซ่งเป็นองค์ความ
                                                              ึ
                                 ี
 �
               ี
 บ้านเกือบทุกครัวเรือน (เริ่มปลูกยางพารามาตั้งแต่ปี 2484) อีกทั้งมีการท�า  รู้ท่สถาบันปฏิบัติการชุมชนเพ่อการศึกษาแบบบูรณาการ มหาวิทยาลัย
                                      ื
                                              �
 ี
                     �
 สวนผลไม้เกือบทุกครัวเรือนเช่นเดียวกัน ไม้ผลท่นิยมปลูกคือทุเรียน เงาะ   ทักษิณ นามาถ่ายทอดให้กลุ่มเกษตรกรทานาอินทรีย์ หลวงพ่อเห็นว่าหาก
 ลองกอง ลางสาด มังคุด สะตอ และมีการทดลองปลูกล�าไย สละ และส้ม โดย  น�าความรู้นี้ไปแนะน�าให้ชาวบ้านร่วมกันปลูกนอกเหนือจากกลุ่มท�านา ก็จะ
                                     ึ
 เฉพาะอย่างย่งทุเรียนจากตาบลตะโหมดมีรสชาติดีเป็นท่นิยมรับประทานของ  เกิดประโยชน์ในวงกว้างย่งข้น จึงมีความต้งใจปลูกเมล่อนในพ้นท่วัดให้
                                                 ั
 �
                                                                     ี
 ิ
                                  ิ
                                                                  ื
 ี
 ประชาชนภายในจังหวัดพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากน้ยังมีบาง  ชาวบ้านดูเป็นตัวอย่าง ดังที่พระครูสุนทรกิจจานุโยคอธิบายว่า
 ี
 ื
 ี
 ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขายของช�า ค้าขายอาหาร มีการเล้ยงสัตว์เพ่อ
 �
 การบริโภคด้วย การดาเนินกิจกรรมของสภาลานวัดตะโหมดฝ่ายเศรษฐกิจ
 มุ่งเน้นสร้างความอยู่ดีกินดี และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของชาวบ้านในชุมชน
 ตะโหมด โดยมีแนวทางการด�าเนินกิจกรรมประกอบด้วย งานส่งเสริมอาชีพ
 งานการตลาด งานการออมทรัพย์ และงานธุรกิจชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง
 28  สภาลานวัดตะโหมด :                          พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 29
 ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36