Page 65 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 65
�
ี
ื
นอกจากน้ธนาคารน้ายังมีแนวคิดและหลักการขับเคล่อนกิจกรรม
ั
�
ึ
โดยน�าภูมิปัญญาด้งเดิมของการท�าท�านบน้าหัวนาหรือเหมืองฝายหัวนา ซ่ง
แต่เดิมนั้นใช้คันดินหรือก้อนหินกั้นขวางทางน�้าบริเวณล�าธาร เพื่อเก็บกักน�้า
และชะลอการไหลของน�้า รวมถึงยังได้น�าแนวคิดจากการเรียนรู้วิธีการสร้าง
ื
ี
ท�านบชาวป่า (ชนเผ่าซาไกท่อาศัยอยู่ในบริเวณเทือกเขาบรรทัด) เพ่อต้องการ
ื
ี
จับปลา โดยการน�าก้อนหินมาวางเรียงไว้บริเวณท่เป็นแอ่งเพ่อชะลอการไหล
ของน�้า ต่อมาได้ริเริ่มมีแนวคิดและพัฒนาการท�าธนาคารน�้าให้มีหลากหลาย
รูปแบบมากขึ้น โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชาวบ้าน 4 ด้าน ประกอบด้วย
�
1) การร่วมกันก�าหนดกฎระเบียบในการจัดการธนาคารน้าในชุมชน
ี
ในระยะแรกทเรมมการจดการดแลทรพยากรนาในรปแบบของ “ธนาคารนา”
ิ
่
่
ู
ู
ั
้
ั
้
�
�
ี
ชาวบ้านในชุมชนยังไม่มีการจัดตั้งกฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับขึ้นมา แต่เมื่อมี
การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรน�้ามากขึ้น ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร
น�้าเริ่มลดลง และจ�านวนประชากรในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ชาวบ้าน พระสงฆ์
ั
และผู้น�าชุมชน จึงได้ร่วมกันคิดจัดต้งกฎระเบียบข้นมาบังคับใช้ร่วมกัน
ึ
ทงภายในชมชนและชมชนใกล้เคยง โดยมการประชมร่วมกนและมการ
ั
ี
ี
ี
ุ
ั
ุ
้
ุ
้
ั
่
ั
่
ื
ั
่
ั
ื
์
ประชาสมพนธทวไปเพอใหชาวบานในชมชนอน ๆ ไดรบทราบโดยทวกน และ
ั
ั
้
ุ
้
่
ั
เพ่อให้เกิดการร่วมรับผิดชอบในเร่องต่าง ๆ ตามระเบียบท่ก�าหนด ท้งน ้ ี
ื
ี
ื
หากมีผู้ใดฝ่าฝืนกฎระเบียบท่น�ามาใช้รักษาทรัพยากรน้าในชุมชน จะถูก
ี
�
ด�าเนินคดีตามกฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2) การร่วมกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนแบบองค์รวม โดย
�
ั
การเดินส�ารวจศึกษาป่าไม้และแหล่งน้า การเดินส�ารวจศึกษาธรรมชาติน้น
เริ่มเกิดขึ้นจากการระดมความคิดของชาวบ้านในชุมชน อยากจะให้เด็กและ
เยาวชนในชุมชนได้เห็นความส�าคัญของป่าไม้และทรัพยากรน�้า และได้เรียน
62 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท และพระครูประยุตธรรมธัช 63
ตนแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

