Page 67 - เล่ม 5 สภาลานวัดตะโหมด ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร
P. 67
ี
ี
ึ
�
รู้วิถีชีวิตท่ต้องมีการพ่งพิงป่าและแหล่งน�า เพราะคนในชุมชนจะไม่มีทางรู้ได้ 4) การร่วมกันสร้างและบารุงรักษาธนาคารนา ประโยชน์ท่ได้รับใน
้
้
�
�
ี
ี
ั
�
�
้
�
้
�
ื
เลยว่าป่าไม้หรือแหล่งนาถูกทาลายไปมากน้อยเพียงใด จึงต้องมีการเดินเข้าไป การสร้างฝายชะลอนาน้นจะทาในพ้นท่ท่เป็นลาห้วยหรือลาธารขนาดเล็ก ใน
�
็
้
้
ื
สารวจข้างในป่า เพ่อหาเหตุปัจจัยต่าง ๆ จึงจะสามารถคิดหาวิธีรับมือกับ บริเวณที่เปนตนน�้าหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง ใหสามารถกักตะกอนอยูได้
่
�
�
้
ปัญหาได้ การเดินสารวจธรรมชาติหากพบว่าต้นไม้และแหล่งนาในบริเวณใด และหากพ้นท่ท่นาไหลแรงก็สามารถชะลอการไหลของนาให้ช้าลง และกัก
�
�
�
ี
ื
้
ี
้
เกิดความเสียหาย ต้องมาร่วมกันดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซ่ง เก็บตะกอนเอาไว้ไม่ให้ไปทับถมตอนล่าง เป็นวิธีการอนุรักษ์ดินและนาได้ด ี
ึ
�
้
กิจกรรมนี้ก็จะมุ่งเป้าไปที่เด็กและเยาวชน เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตส�านึกการ มากวิธีการหน่ง เพราะการทาฝายต้นนาหรือการทาธนาคารนามีความสาคัญ
ึ
�
้
�
�
�
�
้
�
้
ู
่
ู
ุ
ั
่
์
ู
ุ
�
้
อนรกษปาไม้และแหล่งนา โดยอยภายใต้การควบคมดแลของผ้นาชมชนและ ต่อการลดความรุนแรงของกระแสนาในลาห้วย และช่วยลดการพังทลายของ
�
�
ุ
่
่
้
�
ื
ั
แกนนาของสภาลานวดตะโหมด ทงยังมการสารวจเสนทางใหม ๆ เพอค้นหา ดินในช่วงฤดูฝนที่มีปริมาณฝนตกหนัก ส่วนในช่วงฤดูแล้งฝายดักตะกอนจะ
้
ั
�
ี
�
พื้นที่ที่เหมาะสมในการท�าธนาคารน�้าต่อไป ช่วยชะลอการไหลของนา ทาให้สามารถคงความชุ่มช้นในผืนดินให้อยู่นาน
ื
�
้
�
3) การร่วมกันปลูกต้นไม้ทดแทนบริเวณ 2 ข้างลาห้วยท่มีการทา ขึ้น เป็นประโยชน์ต่อทรัพยากรทั้งพืชและสัตว์ได้อาศัยความชุ่มชื้นนั้น รวม
ี
�
ึ
้
�
ื
�
�
้
ธนาคารนา ชาวบ้านและผู้นาชุมชนได้ร่วมกันจัดกิจกรรมน้ข้นทุกปี เพ่อให้ ถึงยังช่วยให้ชาวบ้านในชุมชนได้ตระหนักเห็นความสาคัญของทรัพยากรนา ม ี
�
ี
�
้
ชาวบ้านในชุมชนได้ตระหนักเห็นความสาคัญของป่า มีความรู้สึกหวงแหน ความรสึกหวงแหน และร่วมใช้ประโยชน์จากทรัพยากรนาอย่างเหมาะสมและ
�
ู้
รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ และช่วยกันดูแลรักษาต้นไม้ในชุมชนต่อไป การปลูก ย่งยืน (ปาโมช บุณยะตุลานนท์, ไฉไล ศักดิวรพงศ์ และสากล สถิตวิทยานันท์,
ั
�
้
�
�
ึ
ี
ต้นไม้ทดแทนบริเวณ 2 ข้างลาห้วยท่มีการทาธนาคารนาเป็นอีกหน่งกิจกรรม 2559: 72-73)
�
�
ี
้
ื
้
้
�
ิ
�
ึ
ท่จะช่วยสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับป่าและแหล่งนา โดยจะช่วยเพ่ม ในส่วนของการสร้างฝายชะลอนาในพ้นท่ซ่งไม่ใช่ต้นนาลาธารและม ี
ี
�
้
�
ความแข็งแรงให้กับฝายชะลอนา ช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน ช่วยในการ กระแสน้าเช่ยวกรากในช่วงฤดูฝน ต้องทาธนาคารนาแบบถาวรท่มีความแข็ง
ี
�
ี
�
้
้
ี
�
้
้
ดูดซับนา อันเป็นภาพท่สะท้อนให้เห็นว่าชาวบ้านในชุมชนเห็นความสาคัญ แรง เพราะต้องทาเป็นเว้งนาท่สามารถมีพ้นท่รับนาได้พอสมควร เพียงพอ
�
ื
ี
�
ี
�
ิ
�
ี
่
่
ั
้
ี
ี
�
ของการมีอยู่ของต้นไม้และแหล่งนา เพราะพ้นท่ป่าไม้ท่มากข้นจะส่งผลดีต่อ ต่อการรบนาทมีจานวนมาก จุดทจะสร้างต้องมีความแข็งแรง ท้งตวของ
ั
ื
ึ
ี
ั
�
�
้
้
ี
่
ื
้
่
ู
ธนาคารนา นอกจากจะชวยฟืนฟสภาพป่าต้นนาทเคยเสอมโทรมใหอุดมสมบรณ ์ ธนาคารน�้าต้องแข็งแรงและดินหรือตลิ่งบริเวณนั้นต้องแข็งแรง เพราะไม่เช่น
่
�
�
้
ู
้
ึ
้
�
้
�
ข้นแล้ว ป่าไม้ท่อุดมสมบูรณ์จะช่วยลดการพังทลายของหน้าดิน ส่งผลให้ช่วย น้นนาจะพัดพาธนาคารนาพังไปพร้อมตล่ง ส่วนด้านต้นนาก็ควรมีการทา
ี
�
ั
ิ
้
�
�
�
้
้
�
ื
ชะลอการไหลของนาในช่วงนาหลากได้ดี และท่สาคัญยังเป็นการกระตุ้นให้ ธนาคารนาแบบใช้ก้อนหิน เพ่อขวางการไหลของนาเป็นระยะ ๆ ตามช่วงจังหวะ
�
ี
้
้
�
ี
ั
้
�
ี
�
ื
้
�
ชาวบ้านเกิดความตระหนักในความสาคัญของการมีส่วนร่วมช่วยกันรักษาป่า ท่เหมาะสม จะเป็นการชะลอนาได้ดีเพ่อช่วยลดการไหลของนา ท้งน้ชุมชน
ตะโหมดนิยมสร้างฝายชะลอน�าแบบไม่ถาวร ด้วยการใช้วัสดุจากธรรมชาต ิ
้
64 สภาลานวัดตะโหมด : พินิจ ลาภธนานนท์ และพระครูประยุตธรรมธัช 65
ต้นแบบงานสังฆพัฒนาพลังบวร

