Page 1034 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 1034

ล�ำปำงรับพิจำรณำค�ำร้องขอฝำกขังของพนักงำนสอบสวนดังกล่ำว แสดงว่ำศำลจังหวัดล�ำปำง

                                                                                       ื
              เห็นว่ำคดีของผู้ต้องหำอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลจังหวัดล�ำปำงแล้ว เม่อผู้ต้องหำ
                                              ี
              โต้แย้งจึงเป็นกรณีมีปัญหำว่ำคดีน้จะอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและ
                                ึ
              ครอบครัวหรือไม่ ซ่งต้องเสนอปัญหำน้นให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษเป็นผู้วินิจฉัย
                                                 ั
                                 ิ
                           ั
                               ั
                                                                  ิ
                                                                           ี
                                                                                               ั
                                                        ั
                                                               ิ
                                                                ี
              ตำมพระรำชบญญตศำลเยำวชนและครอบครวและวธพจำรณำคดเยำวชนและครอบครว
              พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                                                             ี
                       มีปัญหำต้องวินิจฉัยประกำรต่อมำว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำล
              เยำวชนและครอบครัวหรือไม่  เห็นว่ำ  พระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำ
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๐ (๕) บัญญัติให้ศำลเยำวชนและครอบครัว
                                                      ี
                                               ั
              มีอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำหรือมีค�ำส่งในคดีท่มีกฎหมำยบัญญัติให้เป็นอ�ำนำจของศำลเยำวชน
                               ี
              และครอบครัว คดีน้พนักงำนสอบสวนกล่ำวหำว่ำ ผู้ต้องหำใช้มีดท�ำครัวปำดคอผู้ตำยซ่งเป็นพ่ชำย
                                                                                             ี
                                                                                       ึ
              และเป็นบุคคลในครอบครัวของจ�ำเลยโดยเจตนำฆ่ำตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๘๘
              ต่อมำแจ้งข้อกล่ำวหำแก่ผู้ต้องหำเพ่มเติมว่ำ ผู้ต้องหำกระท�ำควำมผิดฐำนกระท�ำควำมรุนแรง
                                              ิ
              ในครอบครัวตำมพระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐
              มำตรำ ๔ ซ่งอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวตำมมำตรำ ๘
                          ึ
                      ึ
              วรรคหน่ง ด้วย แต่ข้อกล่ำวหำในควำมผิดฐำนกระท�ำควำมรุนแรงในครอบครัวของผู้ต้องหำ
                                                                      ื
              ตำม มำตรำ ๔ ดังกล่ำว เป็นกรรมเดียวกับควำมผิดฐำนฆ่ำผู้อ่นตำมประมวลกฎหมำยอำญำ
              มำตรำ ๒๘๘ แม้พระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐

              มำตรำ ๔ วรรคสอง บัญญัติให้ควำมผิดฐำนกระท�ำควำมรุนแรงในครอบครัวเป็นควำมผิด
              อันยอมควำมได้และหำกเป็นควำมผิดฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำยตำมประมวลกฎหมำยอำญำ มำตรำ ๒๙๕ ด้วย

              ให้ควำมผิดดังกล่ำวเป็นควำมผิดอันยอมควำมได้ด้วยซ่งแสดงให้เห็นเจตนำรมณ์ของ
                                                                   ึ
                                                �
                                                                         ่
                                               ้
                                 ี
                                      ี
                                 ่
                       ่
                               ์
              กฎหมำยวำประสงคทจะหลกเล่ยงมใหนำมำตรกำรทำงอำญำโดยเครงครัดตำมประมวลกฎหมำย
                                             ิ
                                         ี
              อำญำมำใช้บังคับแก่กำรท�ำร้ำยร่ำงกำยบุคลคลในครอบครัวด้วยมุ่งหวังว่ำผู้กระท�ำและผู้ถูก
                                         ี
              กระท�ำอำจจะยังอยู่ในวิสัยท่จะปรองดองและปรับปรุงควำมสัมพันธ์ระหว่ำงกันได้ตำม
                                                                                           ื
              เจตนำรมณ์ของพระรำชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระท�ำด้วยควำมรุนแรงในครอบครัว แต่เม่อคดีน ้ ี
                                                                      ื
              พนักงำนสอบสวนกล่ำวหำว่ำผู้ต้องหำกระท�ำควำมผิดฐำนฆ่ำผู้อ่นตำมประมวลกฎหมำยอำญำ
              มำตรำ ๒๘๘ ซ่งเป็นควำมผิดท่เกิดจำกเจตนำฆ่ำท่ผู้กระท�ำมุ่งร้ำยประสงค์ต่อชีวิตผู้ถูกกระท�ำ
                                                           ี
                                          ี
                            ึ
                                         ิ
              นับเป็นเร่องร้ำยแรงเป็นอย่ำงย่ง มิใช่เพียงเจตนำท�ำร้ำยเช่นเดียวกับควำมผิดฐำนท�ำร้ำยร่ำงกำย
                      ื
                                                     1006
   1029   1030   1031   1032   1033   1034   1035   1036   1037   1038   1039