Page 1049 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 1049

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ   นำย ฮ.                        โจทก์

                          ที่ วยช ๖๒/๒๕๖๔                       นำงสำว ว.                 จ�ำเลย



                       โจทก์ฟ้องว่ำ โจทก์กับจ�ำเลยเคยเป็นสำมีภริยำชอบด้วยกฎหมำย จดทะเบียน

                     ี
              สมรสท่สมำพันธรัฐสวิส ก่อนสมรสโจทก์มีสินส่วนตัวเป็นเงินสด ๗,๐๐๐,๐๐๐ บำท ต่อมำ
                                              ี
                                                              ี
              โจทก์กับจ�ำเลยย้ำยมำพักอำศัยท่บ้ำนของจ�ำเลยท่จังหวัดขอนแก่น ระหว่ำงอยู่กินฉัน
              สำมีภริยำจ�ำเลยไม่ได้ประกอบอำชีพ ระหว่ำงน้นจ�ำเลยน�ำเงินสินส่วนตัวของโจทก์
                                                             ั
              ไปใช้จ่ำยในกำรรักษำพยำบำลบิดำจ�ำเลยและตำจ�ำเลย ซ้อท่ดินพร้อมส่งปลูกสร้ำง
                                                                       ื
                                                                          ี
                                                                                     ิ
              พิพำทในจังหวัดขอนแก่น ตลอดจนให้พ่เขยจ�ำเลยและบุคคลภำยนอกกู้ยืมเงิน
                                                        ี
              รวมทั้งสิ้น ๕,๐๐๐,๐๐๐ บำทเศษ ต่อมำโจทก์กับจ�ำเลยจดทะเบียนหย่ำ ณ ส�ำนักทะเบียน

                                                                                     ิ
                                                                                       ี
              อ�ำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น ขอให้บังคับจ�ำเลยโอนกรรมสิทธ์ท่ดินพร้อม
               ิ
                                                                          ิ
              ส่งปลูกสร้ำงพิพำทให้แก่โจทก์ หำกไม่สำมำรถโอนกรรมสิทธ์ได้ให้ใช้รำคำแทน และ
                                            ี
              ให้จ�ำเลยช�ำระเงินพร้อมดอกเบ้ยนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จแก่โจทก์
                                                                                      �
              จำเลยให้กำรว่ำ โจทก์ไม่ได้มีสนส่วนตัวเป็นเงนสด ๗,๐๐๐,๐๐๐ บำท จำเลยไม่ได้
                                             ิ
               �
                                                            ิ
                                                           ั
                              ั
                                                                              �
                �
                                                                                     ั
              นำเงนสนส่วนตวของโจทก์ไปใช้จ่ำยในกำรรกษำพยำบำลบดำจำเลยกบตำจำเลย
                                                                                           �
                                                                          ิ
                      ิ
                   ิ
                         ี
              จ�ำเลยซ้อท่ดินพร้อมส่งปลูกสร้ำงพิพำทด้วยเงินของโจทก์และจ�ำเลย จ�ำเลยให้กู้ยืมเงิน
                      ื
                                   ิ
                                                                                 ั
                            ึ
                                  ี
              แก่บุคคลอ่นซ่งไม่เก่ยวข้องกับโจทก์ หำกพิจำรณำว่ำสิทธิเรียกร้องน้นเป็นทรัพย์สิน
                         ื
                                                         ี
                ี
              ท่ได้มำในระหว่ำงสมรสก็เป็นสิทธิเรียกร้องท่มีต่อบุคคลภำยนอก ไม่ใช่สิทธิเรียกร้อง
              ที่โจทก์มีต่อจ�ำเลย กรณีตำมค�ำฟ้องและค�ำให้กำรเป็นเรื่องสำมีภริยำที่มีสัญชำติต่ำงกัน
                                                                ี
              สมรสกันตำมกฎหมำยของต่ำงประเทศมีข้อพิพำทเก่ยวกับทรัพย์สินระหว่ำงสำมีภริยำ
              ในประเทศไทย จึงต้องน�ำ พ.ร.บ. ว่ำด้วยกำรขัดกันแห่งกฎหมำย พ.ศ. ๒๔๘๑ ภำค ๕
              ว่ำด้วยเร่องครอบครัว ซ่งเป็นกฎหมำยอ่นท่เก่ยวกับครอบครัว ประกอบ ป.พ.พ.
                                       ึ
                                                           ี
                                                        ื
                                                              ี
                        ื
              ในบรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๗๐ ถึง ๑๔๗๔ และมำตรำ ๑๕๓๒ ถึง ๑๕๓๔ มำใช้บังคับ คดีน              ี ้
              จึงเป็นคดีครอบครัว
                                       ____________________________



                                                     1021
   1044   1045   1046   1047   1048   1049   1050   1051   1052   1053   1054