Page 292 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 292
ให้แก่จ�ำเลยที่ ๑ เมื่อใด และด้วยวิธีใด ท�ำให้จ�ำเลยที่ ๑ ไม่อำจต่อสู้คดีได้ และโจทก์บอกกล่ำว
บังคับจ�ำนองแก่จ�ำเลยที่ ๑ พ้นก�ำหนด ๖๐ วัน โจทก์จึงไม่มีสิทธิบังคับจ�ำนองและไม่มีสิทธิคิด
ดอกเบี้ยผิดนัดอัตรำร้อยละ ๑๕ ขอให้ยกฟ้อง
ี
ื
จ�ำเลยท่ ๒ ให้กำรและแก้ไขค�ำให้กำรว่ำ โจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้อง เน่องจำกกำรมอบอ�ำนำจ
ี
ฟ้องมิชอบ และฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้อนกับคดีหมำยเลขด�ำท่ ผบ.๗๖๔/๒๕๖๒ ของศำลแพ่ง
กรุงเทพใต้ กับคดีหมำยเลขด�ำท่ กค.๙๖/๒๕๖๒ ของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำ
ี
่
ั
ั
ี
ี
่
่
ั
ั
็
้
ู
็
ี
ระหวำงประเทศกลำง เนองจำกมมลควำมแหงคดเปนสญญำฉบบเดยวกน ทงฟองโจทกเปนฟอง
้
ื
้
์
ื
เคลือบคลุม เน่องจำกโจทก์ไม่บรรยำยว่ำโจทก์โอนเงินตำมต๋วสัญญำใช้เงินตำมค�ำฟ้องให้แก่
ั
ี
ี
จ�ำเลยท่ ๑ เม่อใด และด้วยวิธีใด ท�ำให้จ�ำเลยท่ ๒ ไม่อำจต่อสู้คดีได้ และหน้ตำมต๋วสัญญำใช้เงิน
ั
ื
ี
ี
ตำมค�ำฟ้องก�ำหนดให้ใช้เงินเป็นสกุลเงินตรำต่ำงประเทศ โดยโจทก์มีสิทธิแปลงภำระหน้เป็น
ึ
่
ั
�
ี
่
่
ี
่
ึ
็
ิ
ุ
สกลเงนบำทได้ ณ เวลำใดเวลำหนงตำมทโจทก์เหนสมควร ซงคำนวณตำมอตรำแลกเปลยน
ี
ี
่
้
ั
ั
ทธนำคำรประกำศขำยสกลเงินตรำตำงประเทศนน จึงเป็นกรณีทจ�ำเลยท่ ๑ ออกตวสญญำใช้เงน
ิ
๋
่
ี
ั
ุ
่
ตำมค�ำฟ้อง โดยมีค�ำส่งให้จ่ำยเงินจ�ำนวนไม่แน่นอน ต๋วสัญญำใช้เงินตำมค�ำฟ้องจึงไม่สมบูรณ์
ั
ั
�
เม่อโจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องเรียกเงินตำมต๋วสัญญำใช้เงินจำกจ�ำเลยท้งสองแล้ว สัญญำค้ำประกัน
ั
ื
ั
ย่อมไม่มีผลผูกพัน และโจทก์ไม่มีอ�ำนำจฟ้องเรียกดอกเบ้ยผิดนัดอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี เน่องจำก
ื
ี
ื
ั
เป็นข้อก�ำหนดนอกเหนือจำกประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๒๑ และเม่อต๋วสัญญำ
ใช้เงินแต่ละฉบับถึงก�ำหนด โจทก์ไม่ได้น�ำมำย่นให้จ�ำเลยท่ ๑ ใช้เงิน จึงยังไม่ถือว่ำเป็นกรณ ี
ื
ี
ลูกหน้ผิดนัด นอกจำกน้ จ�ำเลยท่ ๒ ย่นขอฟื้นฟูกิจกำรต่อศำลล้มละลำยกลำงในคดีหมำยเลขด�ำ
ื
ี
ี
ี
ท่ ๒๗/๒๕๖๐ ศำลมีค�ำส่งไม่เห็นชอบผู้ท�ำแผนและยกเลิกกำรฟื้นฟูกิจกำร คดีอยู่ระหว่ำงอุทธรณ์
ั
ี
ี
ี
ี
ั
ท�ำให้ระหว่ำงช่วงระยะเวลำดังกล่ำวจ�ำเลยท่ ๒ ไม่อำจช�ำระหน้ตำมต๋วสัญญำใช้เงินท่ถึงก�ำหนด
ได้ และจ�ำเลยที่ ๒ ไม่ได้เป็นผู้ใช้วงเงินสินเชื่อร่วมกับจ�ำเลยที่ ๑ แต่จ�ำเลยที่ ๒ เป็นผู้ค�้ำประกันหนี้
ของจ�ำเลยที่ ๑ เท่ำนั้น และข้อตกลงให้จ�ำเลยที่ ๒ ร่วมรับผิดกับจ�ำเลยที่ ๑ อย่ำงลูกหนี้ร่วม เป็นกำร
ี
้
ี
ี
่
�
ั
้
�
้
ั
คำประกนหนในอนำคต ต้องห้ำมตำมกฎหมำย และจำเลยท ๑ ผดนดชำระหนตำมฟ้องตงแต่
�
้
ิ
ั
วันที่ ๒๐ ตุลำคม ๒๕๖๐ แต่โจทก์บอกกล่ำวให้จ�ำเลยที่ ๑ ช�ำระหนี้เมื่อวันที่ ๗ ธันวำคม ๒๕๖๑
และบอกกล่ำวบังคับจ�ำนองเมื่อวันที่ ๔ มีนำคม ๒๕๖๒ ซึ่งพ้นก�ำหนด ๖๐ วัน นับแต่จ�ำเลยที่ ๑
ี
ี
ี
ผิดนัด โจทก์จึงไม่มีอ�ำนำจฟ้องจ�ำเลยท่ ๒ ในฐำนะผู้รับประกัน จ�ำเลยท่ ๒ จึงไม่ต้องรับผิดดอกเบ้ย
ผิดนัดอัตรำร้อยละ ๑๕ ต่อปี และค่ำเสียหำยอื่น นอกจำกนี้ โจทก์กับจ�ำเลยที่ ๑ เปลี่ยนแปลง
มูลหนี้และเงื่อนไขกำรช�ำระหนี้จำกหนี้ตำมสัญญำกู้ยืมเป็นหนี้ตำมตั๋วสัญญำใช้เงิน ท�ำให้มูลหนี้
264

