Page 365 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 365
ี
ี
ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดกระบ่พิจำรณำแล้วเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ใน
อ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึง
ั
ส่งส�ำนวนมำให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้ง
ศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สิน
ี
้
ั
ั
ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ ตำมพระรำชบัญญัติจดตงศำลทรัพย์สินทำงปัญญำ
และกำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๑๐) หรือไม่ เห็นว่ำ โจทก์ฟ้องให้จ�ำเลยรับผิดชดใช้ค่ำเสียหำยอันเกิด
ี
จำกกำรกระท�ำโดยประมำทของจ�ำเลยเป็นเหตุให้เรือโดนกัน เหตุเกิดท่บริเวณอ่ำวผักหนำม
หมู่ที่ ๘ ต�ำบลอ่ำวนำง อ�ำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่ ซึ่งพระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงแพ่ง
และค่ำเสียหำยจำกเรือโดนกัน พ.ศ. ๒๕๔๘ มำตรำ ๒๒ บัญญัติว่ำ คดีเก่ยวกับควำมรับผิด
ี
ทำงแพ่งและค่ำเสียหำยจำกเรือโดนกันตำมพระรำชบัญญัตินี้ ให้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำ
ของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ และมำตรำ ๔ ได้ให้ค�ำนิยำมของ
่
ื
ั
่
ื
ิ
ิ
ื
่
ื
คำวำ “เรอโดนกน” หมำยควำมวำ กำรปะทะกันระหวำงเรอเดนทะเลหรอกำรทเรอเดนทะเลปะทะ
ี
�
่
ี
ึ
กับเรือล�ำอ่นท�ำให้เกิดควำมเสียหำยแก่เรือทรัพย์สินหรือบุคคลบนเรือท่ปะทะกันล�ำหน่งล�ำใด
ื
หรือทุกล�ำและให้หมำยควำมรวมถึงกำรท่เรือเดินทะเลได้ก่อหรือได้รับควำมเสียหำยดังกล่ำว
ี
โดยมีสำเหตุจำกกำรปฏิบัติกำรหรืองดเวนปฏิบัติกำรเกี่ยวกับกำรบังคับหรือกำรควบคุมเรือหรือ
้
กำรฝ่ำฝืนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับกำรเดินเรือแม้ว่ำเรือจะมิได้มีกำรปะทะกัน ทั้งนี้ ไม่ว่ำเหตุจะเกิด
ขึ้นในน่ำนน�้ำใดก็ตำม และให้ค�ำนิยำมของ “เรือเดินทะเล” หมำยควำมว่ำ เรือที่มีลักษณะส�ำหรับ
�
ใช้ในทะเลตำมกฎข้อบังคับส�ำหรับกำรตรวจเรือตำมกฎหมำยว่ำด้วยกำรเดินเรือในน่ำนน้ำไทย
ึ
ึ
ซ่งกฎข้อบังคับส�ำหรับกำรตรวจเรือ (ฉบับท่ ๑๕) พ.ศ. ๒๕๒๘ ซ่งออกโดยอำศัยอ�ำนำจตำม
ี
ควำมในมำตรำ ๑๖๓ แห่งพระรำชบัญญัติกำรเดินเรือในน่ำนน้ำไทยพระพุทธศักรำช ๒๔๕๖
�
ภำคที่ ๑ หมวด ข. ข้อ ๑ ได้ก�ำหนดแบ่งประเภทเรือไว้ ในข้อ ๑.๕ คือ เรือกลเดินทะเลเฉพำะเขต
ตำมเอกสำรท้ำยค�ำร้องหมำยเลข ๒ และเมื่อปรำกฏว่ำเรือภูทะเลของโจทก์เป็นเรือประเภท เรือกล
เดินทะเลเฉพำะเขต ตำมใบอนุญำตให้ใช้เรือ เอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๑ เรือภูทะเลของ
็
์
โจทกจึงเปนเรือเดินทะเล และกำรที่เรือเพลยไลฟของจ�ำเลยชนปะทะเขำกับเรือภูทะเลของโจทก ์
์
้
์
จึงเป็นกรณีเรือโดนกัน ตำมค�ำนิยำมในมำตรำ ๔ แห่งพระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงแพ่ง
337

