Page 369 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 369

เสียก่อนว่ำมีเรือของบุคคลอื่นแล่นมำอยู่ก่อนหรือไม่ เพรำะคลองที่เรือจ�ำเลยที่ ๑ ก�ำลังแล่นอยู่

                                                                               ั
                                                    ิ
              เป็นคลองเส้นใหญ่สำยหลัก แต่นำยสมศักด์หำได้ใช้ควำมระมัดระวังเช่นน้นไม่ เป็นเหตุให้เรือ
              ของโจทก์พุ่งเข้ำชนกับเรือของจ�ำเลยที่ ๑ ได้รับควำมเสียหำย หลังเกิดเหตุจ�ำเลยที่ ๓ ได้หยุด
                                       ึ
                                                  ั
                                  ี
              ตรวจดูควำมเสียหำยท่เกิดข้น ระหว่ำงน้นโจทก์ส่งคนมำช่วยเหลือลูกเรือของโจทก์และเห็นว่ำ
                                                                  ี
                                                                                       ี
                                                                      ี
                                                                                              ี
                                                ี
              เรือโจทก์สำมำรถลอยล�ำอยู่ได้ จ�ำเลยท่ ๓ จึงน�ำนักท่องเท่ยวท่โดยสำรมำกับเรือท่จ�ำเลยท่ ๓
                      ึ
              ควบคุมซ่งได้รับบำดเจ็บเพรำะควำมประมำทของนำยสมศักด์ลูกจ้ำงหรือตัวแทนโจทก์ไปส่งยัง
                                                                    ิ
                                                                   ี
                                      ื
              ท่ำเรือรอยัลภูเก็ตมำรีน่ำเพ่อรับกำรรักษำพยำบำล จ�ำเลยท่ ๓ มิได้หลบหนีหรือไม่ช่วยเหลือ
                                                                           ่
                                                                           ี
              ตำมสมควรดังโจทก์กล่ำวอ้ำง เหตุเรอของโจทก์และเรือของจ�ำเลยท ๑ ชนกันเกิดจำกควำม
                                               ื
                                                      ิ
              ประมำทเลินเล่ออย่ำงร้ำยแรงของนำยสมศักด์ลูกจ้ำงหรือตัวแทนโจทก์ฝ่ำยเดียว จ�ำเลยท้งสำม
                                                                                            ั
              ไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่ำเสียหำยแก่โจทก์ จ�ำเลยท่ ๒ ซ่งเป็นกรรมกำรของจ�ำเลยท่ ๑ มิได้มอบ
                                                             ึ
                                                                                     ี
                                                        ี
                          ี
              หมำยจ�ำเลยท่ ๓ ควบคุมเรือเป็นกำรส่วนตัว จึงไม่ต้องรับผิดเป็นกำรส่วนตัวต่อโจทก์ ค่ำเสียหำย
                                ิ
                                                         �
                                                                    ี
              ทโจทก์เรยกร้องสูงเกนควำมจริง ค่ำใช้จ่ำยในกำรสำรวจควำมเสยหำยมิใช่ค่ำเสียหำยโดยตรง และ
                ่
                      ี
                ี
                                                                             ั
                                           ี
                                    ี
              โจทก์มิใช่ผู้มีส่วนได้เสียท่จะใช้หน้แล้วรับช่วงสิทธิมำเรียกร้องจำกจ�ำเลยท้งสำมได้ ขอให้ยกฟ้อง
                                                                                     ้
                                                                                     ี
                                                                      ี
                                                       ู
                                                    ั
                                                         ็
                                                                                       ู
                       ก่อนอ่ำนค�ำพิพำกษำ ศำลจังหวดภเกตเห็นว่ำ กรณมีปัญหำว่ำคดีนอย่ในอำนำจ
                                                                                           �
              พิจำรณำพิพำกษำของศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศหรือไม่ จึงให้รอกำร
                                                         ั
                                                             ่
                ิ
                                                                                             ิ
                                                                 ้
              พจำรณำพพำกษำคดไวชวครำว แลวเสนอปญหำดงกลำวใหประธำนศำลอทธรณคดชำนญพเศษ
                                                                                       �
                                                                                      ี
                                                                                         ั
                                                                             ุ
                                                                                   ์
                                                    ั
                                             ้
                       ิ
                                 ี
                                    ั
                                    ่
                                   ้
                                               ั
              เป็นผู้วินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศและ
              วิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๙
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้เป็นคดีแพ่งท่มีกฎหมำยบัญญัติให้อยู่ในอ�ำนำจของศำลทรัพย์สิน
                                     ี
                                                  ี
                                                                      ั
              ทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศตำมพระรำชบัญญัติจัดต้งศำลทรัพย์สินทำงปัญญำและ
              กำรค้ำระหว่ำงประเทศและวิธีพิจำรณำคดีทรัพย์สินทำงปัญญำและกำรค้ำระหว่ำงประเทศ
              พ.ศ. ๒๕๓๙ มำตรำ ๗ (๑๐) หรือไม่ เห็นว่ำ คดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่ำเสียหำยจำกจ�ำเลยทั้งสำม
                                                                                 ั
                                    ี
                                                                                             ี
                                                   ี
              โดยกล่ำวอ้ำงว่ำจ�ำเลยท่ ๓ ในทำงกำรท่จ้ำงของจ�ำเลยท่ ๑ และตำมค�ำส่งของจ�ำเลยท่ ๒
                                                                  ี
                                          ื
                                      ี
              ขับเรือเดินทะเลของจ�ำเลยท่ ๑ ช่อ วี.มำรีน ๙ โดยประมำทเลินเล่อใช้ควำมเร็วเกินกว่ำท่กฎหมำย
                                                                                        ี
              ก�ำหนดชนเรือเดินทะเลของโจทก์ช่อรักษ์อันดำ เป็นเหตุให้เกิดควำมเสียหำยแก่เรือท้งสองล�ำ
                                                                                         ั
                                             ื
              นักท่องเท่ยวท่โดยสำรมำในเรือรักษ์อันดำของโจทก์ได้รับบำดเจ็บและทรัพย์สินเสียหำย
                            ี
                       ี
              อันเป็นกำรฟ้องให้จ�ำเลยท้งสำมรับผิดชดใช้ค่ำเสียหำยอันเกิดจำกกำรกระท�ำโดยประมำทของ
                                     ั
                     ี
                                               ึ
              จ�ำเลยท่ ๓ เป็นเหตุให้เรือโดนกัน ซ่งตำมพระรำชบัญญัติควำมรับผิดทำงแพ่งและค่ำเสียหำย
                                                     341
   364   365   366   367   368   369   370   371   372   373   374