Page 600 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 600
จ�ำเลยยังไม่ได้ให้กำร
ื
ื
ระหว่ำงพิจำรณำ จ�ำเลยย่นค�ำร้องโต้แย้งเร่องอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำล
ี
ี
ศำลแพ่งพระโขนงเหนว่ำ กรณมีปัญหำว่ำคดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลแรงงำน
็
ั
หรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติจัดต้ง
ศำลแรงงำนและวิธีพิจำรณำคดีแรงงำน พ.ศ. ๒๕๒๒ มำตรำ ๙ วรรคสอง
วินิจฉัยว่ำ โจทก์บรรยำยฟ้องว่ำ โจทก์จ้ำงจ�ำเลยท�ำงำนในสถำนพยำบำลรักษำผู้ป่วย
โรคไตวำยเร้อรังระยะสุดท้ำย โจทก์ให้จ�ำเลยรับกำรอบรมกำรท�ำงำนเป็นเวลำ ๓ เดือน โดย
ื
ไม่คิดค่ำใช้จ่ำย จ�ำเลยสัญญำว่ำหำกได้รับกำรอบรมแล้วจะท�ำงำนให้โจทก์เป็นระยะเวลำ ๓ ปี
โดยมีข้อตกลงว่ำ หำกจ�ำเลยจะเลิกสัญญำต้องแจ้งโจทก์ทรำบล่วงหน้ำก่อน ๖๐ วัน หำกผิด
ื
่
ิ
ข้อตกลงจำเลยต้องชดใช้เงน ๒๐๐,๐๐๐ บำท แก่โจทก์ เมอพิจำรณำสญญำจ้ำงงำน เอกสำร
ั
�
ี
ท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๒ ก�ำหนดวัตถุประสงค์ของสัญญำ เป็นกรณีท่โจทก์ท�ำกำรในฐำนะเป็น
ผู้ให้บริกำรรักษำผู้ป่วยภำวะไตวำยเร้อรังระยะสุดท้ำยท่หน่วยไตเทียม โรงพยำบำลวิภำรำม
ี
ื
ื
และโรงพยำบำลอ่น และสัญญำจ้ำง ข้อ ๓ ก�ำหนดให้จ�ำเลยต้องท�ำงำนท่จ้ำงท่หน่วยไตเทียม
ี
ี
ดังกล่ำวโดยจ�ำเลยต้องปฏิบัติตำมระเบียบกฎเกณฑ์เก่ยวกับควำมประพฤติปฏิบัติตัวในอำคำร
ี
สถำนที่ของโรงพยำบำลโดยเคร่งครัด ประกอบกับโจทก์และจ�ำเลยได้ท�ำสัญญำเพิ่มเติมอันเนื่อง
มำจำกกำรสอนให้เรียนรู้งำนที่จ้ำง เอกสำรท้ำยค�ำฟ้องหมำยเลข ๒ ข้อ ๒ที่ระบุว่ำ เมื่อจ�ำเลย
ี
ี
ได้เป็นผู้รับจ้ำงท�ำงำนท่จ้ำงแล้ว จ�ำเลยจะท�ำงำนท่จ้ำงเป็นระยะเวลำอย่ำงน้อย ๓ ปี อันเป็น
กำรผูกพันให้จ�ำเลยต้องท�ำงำนให้โจทก์ตำมระยะเวลำดังกล่ำวอีกด้วย จึงเป็นกรณีท่จ�ำเลย
ี
ี
ึ
ตกลงท�ำงำนตำมระยะเวลำท่ตกลงกันไว้แก่โรงพยำบำลวิภำรำมและโรงพยำบำลอ่นซ่งเป็น
ื
ผู้ประกอบกิจกำรท่มอบหมำยให้โจทก์จัดหำจ�ำเลยมำท�ำงำนในธุรกิจในควำมรับผิดชอบของ
ี
ื
โรงพยำบำลวิภำรำมและโรงพยำบำลอ่น โดยโรงพยำบำลวิภำรำมและโรงพยำบำลอ่นดังกล่ำว
ื
มีอ�ำนำจในกำรควบคุมบังคับบัญชำกำรท�ำงำนของจ�ำเลยให้เป็นไปตำมระเบียบกฎเกณฑ์
ี
ี
ึ
เก่ยวกับควำมประพฤติปฏิบัติตัวในอำคำรสถำนท่ของโรงพยำบำล โดยโจทก์เป็นผู้ซ่งได้รับ
มอบหมำยให้ท�ำงำนแทนโรงพยำบำลวิภำรำมและโรงพยำบำลอ่นในกำรท�ำสัญญำจ้ำงงำนและ
ื
ื
ิ
ี
กำรให้ค่ำจ้ำงตลอดเวลำท่จ�ำเลยท�ำงำนให้ สัญญำจ้ำงประกอบสัญญำเพ่มเติมอันเน่องมำจำก
ี
กำรสอนให้เรียนรู้งำนท่จ้ำงดังกล่ำวจึงมีลักษณะเป็นสัญญำจ้ำงแรงงำน แม้ตำมสัญญำจ้ำงงำน
ู
ั
ั
ู
ั
ข้อ ๖ จะระบว่ำค่สญญำไม่มเจตนำผกนตสมพนธ์ระหว่ำงกนในฐำนะนำยจ้ำงกบลกจ้ำงตำม
ุ
ู
ิ
ั
ิ
ี
ั
สัญญำจ้ำงแรงงำนก็ไม่มีผลเปล่ยนแปลงควำมผูกพันตำมกฎหมำยระหว่ำงกันไปได้ เม่อโจทก์
ี
ื
572

