Page 859 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 859

ขนย้ำยทรัพย์สินออกไปจำกบ้ำนพิพำทเลขที่ ๑๓๕/๒ หมู่ที่ ๕ ต�ำบลหงส์เจริญ อ�ำเภอท่ำแซะ

                                                                                       ื
                                                      ี
              จังหวัดชุมพร ห้ำมจ�ำเลยและบริวำรเข้ำมำเก่ยวข้อง ให้จ�ำเลยและบริวำรโอนย้ำยช่อออกจำก
                              ี
              ทะเบียนบ้ำนเลขท่ดังกล่ำว หำกไม่ปฏิบัติตำมให้ถือค�ำพิพำกษำแทนกำรแสดงเจตนำของจ�ำเลย
              กับให้จ�ำเลยชดใช้ค่ำเสียหำยแก่โจทก์เดือนละ ๒,๐๐๐ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำ

              จ�ำเลยและบริวำรจะขนย้ำยทรัพย์สินออกไปจำกบ้ำนพิพำท

                       จ�ำเลยให้กำรว่ำ บ้ำนเลขที่ ๑๓๕/๒ หมู่ที่ ๕ ต�ำบลหงส์เจริญ อ�ำเภอท่ำแซะ จังหวัด
              ชุมพร เป็นกรรมสิทธ์ของจ�ำเลย ซ่งจ�ำเลยกับนำย พ. บุตรของโจทก์ร่วมกันออกค่ำใช้จ่ำยก่อสร้ำง
                                ิ
                                           ึ
                                             ี
               ึ
                                                             ี
                                                                  ื
              ข้นก่อนจดทะเบียนสมรสและก่อนท่ส�ำนักงำนปฏิรูปท่ดินเพ่อกำรเกษตร (ส.ป.ก.) ออกส�ำรวจ
                ื
              เพ่อให้สิทธิท�ำประโยชน์ในท่ดินแก่โจทก์ แต่เน่องจำกโจทก์เป็นมำรดำของสำมีจ�ำเลย จ�ำเลยและ
                                      ี
                                                      ื
              นำย พ. จึงไม่ติดใจ ซึ่งหลังจำกโจทก์ได้รับสิทธิท�ำกินในที่ดิน ส.ป.ก. ดังกล่ำวแล้ว โจทก์ไม่เคย
                                                 ิ
              เข้ำครอบครองและทำประโยชน์ในท่ดนบรเวณรอบบ้ำนพิพำทซ่งจ�ำเลยได้ครอบครองทำประโยชน     ์
                                                                    ึ
                               �
                                              ิ
                                                                                       �
                                            ี
              และปลูกบ้ำนพิพำทอยู่อำศัยมำโดยตลอด โดยโจทก์สละสิทธ์ในท่ดินบริเวณรอบบ้ำนพิพำทมำ
                                                                   ิ
                                                                       ี
                                                                                              ิ
               ั
              ต้งแต่ปี ๒๕๑๗ บ้ำนพิพำทจึงเป็นสินสมรสระหว่ำงจ�ำเลยกับนำย พ. จ�ำเลยจึงมีกรรมสิทธ์ใน
              บ้ำนพิพำทกึ่งหนึ่ง ภำยหลังนำย พ. ถึงแก่ควำมตำยเมื่อวันที่ ๒๐ มกรำคม ๒๕๔๐ จ�ำเลยได้
              ครอบครองปรปักษ์บ้ำนพิพำทอีกก่งหน่งของผู้ตำยโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนำเป็นเจ้ำของตลอด
                                                ึ
                                            ึ
              มำเป็นเวลำกว่ำ ๒๓ ปี แล้ว บ้ำนพิพำทจึงเป็นกรรมสิทธิ์ของจ�ำเลย ขอให้ยกฟ้อง
                       ระหว่ำงพิจำรณำ ศำลจังหวัดชุมพรเห็นว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำ คดีนี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำ
              พิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คด           ี
                                                                              ี
                                                                                ิ
                                                                                         ี
                                                                             ิ
                                                ั
                                                 ิ
                                                                       ั
                          ิ
                            ิ
                     ิ
               �
                  ั
                              ั
                                            ั
              ชำนญพเศษวนจฉยตำมพระรำชบญญตศำลเยำวชนและครอบครวและวธพจำรณำคดเยำวชน
              และครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
                       วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลยและบริวำรขนย้ำยทรัพย์สินออกไปจำก
                                     ี
              บ้ำนพิพำทและเรียกค่ำเสียหำย โดยกล่ำวอ้ำงว่ำบ้ำนพิพำทเป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์ ส่วนจ�ำเลย
              ให้กำรต่อสู้ว่ำบ้ำนพิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงจ�ำเลยกับนำย พ. บุตรของโจทก์ ภำยหลังนำย พ.
              ถึงแก่ควำมตำย จ�ำเลยได้ครอบครองปรปักษ์บ้ำนพิพำทอีกกึ่งหนึ่งของนำย พ. โดยสงบ เปิดเผย
                                                                                       ิ
              ด้วยเจตนำเป็นเจ้ำของตลอดมำเป็นเวลำกว่ำ ๒๓ ปี แล้ว บ้ำนพิพำทจึงเป็นกรรมสิทธ์ของจ�ำเลย
                             ี
              กรณีมีประเด็นท่ต้องวินิจฉัยก่อนว่ำ บ้ำนพิพำทเป็นสินสมรสระหว่ำงจ�ำเลยกับนำย พ. บุตร
              ของโจทก์หรือไม่ อันจะมีผลต่อกำรวินิจฉัยข้อพิพำทเรื่องกรรมสิทธิ์ในบ้ำนพิพำทต่อไป ซึ่งต้อง
              บังคับตำมประมวลกฎหมำยแพ่งและพำณิชย์ บรรพ ๕ มำตรำ ๑๔๗๔ ด้วย จึงเป็นคดีครอบครัว


                                                     831
   854   855   856   857   858   859   860   861   862   863   864