Page 867 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 867
ั
ั
ิ
ี
ื
ท้งเจ็ดแปลง โดยลงช่อจ�ำเลยท่ ๒ เป็นผู้ถือกรรมสิทธ์แทน กำรกระท�ำของจ�ำเลยท้งสองท�ำให้
ั
โจทก์และทำยำทของนำง ส. ได้รับควำมเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยท้งสองร่วมกันเพิกถอน
กำรจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพำททั้งเจ็ดแปลงจำกจ�ำเลยที่ ๒ กลับมำเป็นชื่อของจ�ำเลยที่ ๑
ึ
ึ
ิ
และโอนกรรมสิทธ์ท่ดินให้แก่โจทก์ก่งหน่งในฐำนะสินสมรส กับให้จ�ำเลยท้งสองร่วมกันชดใช้
ี
ั
ค่ำเสียหำยในอนำคตแก่โจทก์ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บำท นับถัดจำกวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ำจะช�ำระเสร็จ
ี
จ�ำเลยท้งสองให้กำรในท�ำนองเดียวกันว่ำ คดีน้เป็นกำรฟ้องเรียกสินสมรสคืนและแบ่ง
ั
ึ
สินสมรสจึงเป็นคดีครอบครัว ซ่งอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัว
จังหวัดชลบุรี ค�ำฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม โจทก์ใช้สิทธิในกำรฟ้องคดีโดยไม่สุจริตและหำเหต ุ
มำฟ้องเพื่อกลั่นแกล้งจ�ำเลยทั้งสอง ในระหว่ำงที่จ�ำเลยที่ ๑ อยู่กินกับจ�ำเลยที่ ๒ นั้น จ�ำเลยที่ ๑
ยังคงอยู่กินกับนำง ส. จนกระท่งถึงวันท่นำง ส. ถึงแก่ควำมตำย จ�ำเลยท่ ๑ ไม่เคยให้เงิน
ี
ี
ั
ี
ี
ี
ื
จ�ำเลยท่ ๒ ไปซ้อท่ดิน จ�ำเลยท่ ๒ ประกอบอำชีพค้ำขำยและรับจ้ำงมีรำยได้เป็นของตนเอง
จ�ำเลยที่ ๒ ไม่เคยเป็นลูกจ้ำงของจ�ำเลยที่ ๑ กับนำง ส. จ�ำเลยที่ ๒ ซื้อที่ดินพิพำททั้งเจ็ดแปลง
็
้
ั
ิ
ี
่
ิ
่
�
ี
ด้วยเงนของตนเอง ทดนพพำททงเจดแปลงจงไม่ใช่สนสมรสระหว่ำงจำเลยท ๑ กบนำง ส.
ั
ึ
ิ
ิ
ี
แต่เป็นทรัพย์สินของจ�ำเลยท่ ๒ เพียงผู้เดียว โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขอให้เพิกถอนกรรมสิทธ ์ ิ
ในที่ดินพิพำททั้งเจ็ดแปลงของจ�ำเลยที่ ๒ ขอให้ยกฟ้อง
ระหว่ำงพิจำรณำ จ�ำเลยท้งสองย่นค�ำร้องว่ำคดีอยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของ
ั
ื
ศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดชลบุรีขอให้ส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ
วินิจฉัยว่ำ คดีน้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ ศำล
ี
จังหวัดพัทยำจึงส่งส�ำนวนให้ประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัยตำมพระรำชบัญญัต ิ
ศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำคดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑
ี
วินิจฉัยว่ำ คดีน้โจทก์ในฐำนะผู้จัดกำรมรดกของนำง ส. ฟ้องขอให้บังคับจ�ำเลย
ั
ี
ั
ิ
ี
ท้งสองร่วมกันเพิกถอนกำรจดทะเบียนกรรมสิทธ์ท่ดินพิพำทท้งเจ็ดแปลงจำกจ�ำเลยท่ ๒ กลับมำ
เป็นชื่อของจ�ำเลยที่ ๑ และโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์กึ่งหนึ่งในฐำนะสินสมรส กับให้จ�ำเลย
ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่ำเสียหำยในอนำคตแก่โจทก์ โดยกล่ำวอ้ำงว่ำ จ�ำเลยที่ ๑ น�ำเงินสินสมรส
ั
ระหว่ำงจ�ำเลยท่ ๑ กับนำง ส. ไปซ้อท่ดินพิพำทท้งเจ็ดแปลงและลงช่อจ�ำเลยท่ ๒ เป็นผู้ถือ
ื
ี
ี
ี
ื
ั
ื
ี
กรรมสิทธ์แทน จ�ำเลยท้งสองให้กำรต่อสู้ว่ำ จ�ำเลยท่ ๑ ไม่เคยให้เงินจ�ำเลยท่ ๒ ไปซ้อท่ดิน
ี
ี
ิ
ั
จ�ำเลยท่ ๒ ซ้อท่ดินพิพำทท้งเจ็ดแปลงด้วยเงินของตนเอง ท่ดินพิพำทท้งเจ็ดแปลงจึงไม่ใช่
ื
ั
ี
ี
ี
ู
ี
ี
�
ั
่
ั
ี
ิ
ี
่
สนสมรสระหว่ำงจำเลยท ๑ กบนำง ส. แต่เป็นทรพย์สนของจำเลยท ๒ เพยงผ้เดยว กรณ ี
ิ
�
839

