Page 954 - รวมคำวินิจฉัย ของประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ
P. 954

ค�ำวินิจฉัยของประธำนศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษ  นำง ช.                         โจทก์

                       ที่ วยช ๘๗/๒๕๖๒                           นำย ท.                   จ�ำเลย



                       แม้โจทก์กับจ�ำเลยเคยอยู่กินฉันสำมีภริยำและมีบุตรผู้เยำว์ด้วยกัน ๒ คน แต่

                                                                  ั
                ื
              เม่อโจทก์กับจ�ำเลยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้เยำว์ท้งสองจึงไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วย
              กฎหมำยของจ�ำเลยประกอบกับตำมค�ำฟ้องของโจทก์ โจทก์เพียงแต่ขอให้บังคับจ�ำเลย
                                 ี
                                             ั
              ช�ำระค่ำอุปกำระเล้ยงดูผู้เยำว์ท้งสองตำมสัญญำประนีประนอมยอมควำมโดยไม่ได้
                                        ั
              ฟ้องขอให้จ�ำเลยรับผู้เยำว์ท้งสองเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมำยด้วย ควำมสัมพันธ์ระหว่ำง
                                       ั
              โจทก์ จ�ำเลย และผู้เยำว์ท้งสองจึงไม่อยู่ภำยใต้บังคับแห่งบทบัญญัต ป.พ.พ. บรรพ ๕
                                                                               ิ
              ว่ำด้วยครอบครัว แต่เป็นกำรฟ้องบังคับตำมสัญญำทำงแพ่งท่วไป จึงไม่เป็นคดีครอบครัว
                                                                       ั
                                       ___________________________



                       โจทก์ฟ้องว่ำ เม่อประมำณปี ๒๕๔๘ โจทก์กับจ�ำเลยอยู่กินด้วยกันฉันสำมีภริยำ
                                      ื
              โดยไม่ได้จดทะเบียนสมรสและมีบุตรด้วยกัน ๒ คน คือ เด็กชำย ว. อำยุ ๑๓ ปี ๔ เดือน และ
              เด็กชำย ร. อำยุ ๑๐ ปี ๖ เดือน ต่อมำโจทก์กับจ�ำเลยแยกกันอยู่ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภำคม ๒๕๖๒

              โจทก์กับจ�ำเลยท�ำสัญญำประนีประนอมยอมควำมกันว่ำ จ�ำเลยจะช�ำค่ำเล้ยงดูบุตรผู้เยำว์คนละ
                                                                              ี
                                                                        ั
                                                                               ี
              ๓,๐๐๐ บำท ต่อเดือน ให้แก่โจทก์ รวมเป็นเงินเดือนละ ๖,๐๐๐ บำท เร่มต้งแต่วันท่ ๓๐ มิถุนำยน ๒๕๖๒
                                                                     ิ
                                                  ั
              และทุก ๆ ส้นเดือน จนกว่ำบุตรผู้เยำว์ท้งสองจะบรรลุนิติภำวะ หำกจ�ำเลยผิดนัด โจทก์มีสิทธ ิ
                         ิ
              ฟ้องเรียกให้จ�ำเลยรับผิดช�ำระค่ำเล้ยงดูบุตรผู้เยำว์ได้ หลังจำกท�ำสัญญำจ�ำเลยผิดนัดช�ำระ
                                              ี
                                                ี
                                        ั
                   ี
                                  ั
              ค่ำเล้ยงดูบุตรผู้เยำว์ท้งสองต้งแต่วันท่ ๓๐ กรกฎำคม ๒๕๖๒ เป็นต้นมำ ท�ำให้โจทก์ได้รับ
                                                           ี
                                                                          ั
              ควำมเสียหำย ขอให้บังคับจ�ำเลยช�ำระค่ำอุปกำระเล้ยงดูบุตรผู้เยำว์ท้งสองคนละ ๓,๐๐๐ บำท
              นับแต่วันผิดสัญญำจนกว่ำบุตรผู้เยำว์แต่ละคนจะมีอำยุ ๒๐ ปี บริบูรณ์
                        ช้นตรวจค�ำฟ้อง ศำลเยำวชนและครอบครัวจังหวัดภูเกตเหนว่ำ กรณีมีปัญหำว่ำคด  ี
                                                                       ็
                                                                           ็
                         ั
              นี้อยู่ในอ�ำนำจพิจำรณำพิพำกษำของศำลเยำวชนและครอบครัวหรือไม่ จึงส่งส�ำนวนให้ประธำน
              ศำลอุทธรณ์คดีช�ำนัญพิเศษวินิจฉัย ตำมพระรำชบัญญัติศำลเยำวชนและครอบครัวและวิธีพิจำรณำ
              คดีเยำวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ มำตรำ ๑๑

                                      ี
                        วินิจฉัยว่ำ คดีน้ แม้โจทก์กับจ�ำเลยเคยอยู่กินฉันสำมีภริยำและมีบุตรผู้เยำว์ด้วยกัน
              ๒ คน แต่เมื่อโจทก์กับจ�ำเลยไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน ผู้เยำว์ทั้งสองจึงไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วย




                                                     926
   949   950   951   952   953   954   955   956   957   958   959