Page 42 - หน้าปกรายงานประจำปี 64
P. 42

ในคดีที่ผูกระทำความผิดมีอายุมากกวา 18 ป แตบุคคลแตละคนอาจมีความแตกตางกันทางดานสภาวะจิตใจ อีกทั้ง

            อาจมีวุฒิภาวะที่ไมสมวัย จนอาจเปนสาเหตุหนึ่งของการกระทำความผิดได ดังนั้น นักจิตวิทยาจึงมีความสำคัญในการ
            ชวยเหลือผูกระทำความผิดทั้งทางดานจิตใจและสังคม  ซึ่งจะมีความแตกตางจากการชวยเหลือของเด็กและเยาวชน

            อยูบาง แตโดยรวมเปนการชวยเหลือและแกไขพฤติกรรมที่ไมเหมาะสม ซึ่งในปจจุบัน จากปญหาสังคม เศรษฐกิจ
            กอใหเกิดความเครียดสะสม ยังผลใหเกิดเหตุการณรุนแรงมากขึ้น ไมวาจะเปนประชาชนที่มาติดตออรรถคดีที่ศาล
            หรือเจาหนาที่ศาลเอง ก็พบปญหาแตกตางกันออกไป หากมีนักจิตวิทยาเปนที่ปรึกษาใหคำแนะนำหรือรับฟงก็สามารถ

            ชวยบรรเทาจิตใจที่ขุนมัว หมนหมอง สับสน และกลับมามีสติ ยับยั้งชั่งใจได ซึ่งศาลจังหวัดและศาลแขวงก็เปนหนวยงาน
            ที่ตองใชกระบวนการในการใหคำปรึกษาทางจิตวิทยากับผูตองหา ผูเสียหาย และครอบครัวเชนเดียวกัน เพื่อใหการชวยเหลือ

            ที่ตรงประเด็น และเกิดการชวยเหลือที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมีปญหาในการขอนักจิตวิทยาจากหนวยงานอื่น
            มารวมในระหวางการพิจารณาของศาล ซึ่งบางจังหวัดมีจำนวนนักจิตวิทยานอยมาก ทำใหไมเพียงพอหรือขัดของ
            ตอการพิจารณาคดีของศาลจากสัดสวนงานของนักจิตวิทยา หากคำนวณตามจำนวนเด็กและเยาวชน หากมีการกระจาย

            นักจิตวิทยาชวยในการดำเนินงานตามศาลจังหวัดหรือศาลแขวงแลว อาจทำใหผูรับคำปรึกษาไดเขาสูการใหคำปรึกษา
            ไดมากยิ่งขึ้น และนอกจากนักจิตวิทยาใหคำปรึกษาแลว การบำบัดฟนฟูดานอื่น หรืองานที่เกี่ยวของกับพฤติกรรม

            หรืออารมณ หรือจิตใจของบุคคล นักจิตวิทยาสามารถชวยทำงานในสวนนี้ไดมากเชนกัน
                    กำหนดแนวทางใหนักจิตวิทยาเขาไปมีสวนชวยเหลือผูเสียหายหรือจำเลยในคดีอาญาในศาลจังหวัด
            และศาลแขวง

                      แนวทางสำหรับการกำหนดใหมีนักจิตวิทยาในศาลจังหวัดและศาลแขวง เห็นควรกำหนดแนวทางออกเปน
            4 ดาน ดังนี้

                      1) ดานการอบรมพัฒนาศักยภาพนักจิตวิทยา
                          ในการพัฒนานักจิตวิทยา เห็นควรใหมีการจัดอบรมหลักสูตรสำหรับนักจิตวิทยาในศาล โดยแบงหลักสูตร
            ออกเปน 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรการพัฒนานักจิตวิทยาเบื้องตน และหลักสูตรการพัฒนานักจิตวิทยาชั้นสูง

                      2) ดานอัตรากำลัง
                          ในการกำหนดอัตรากำลังตำแหนงนักจิตวิทยาในศาลจังหวัดและศาลแขวง เห็นควรแบงออกเปน 2 ระยะ คือ

                          ระยะที่ 1 กำหนดกรอบอัตรากำลัง และบรรจุขาราชการตำแหนงนักจิตวิทยาเพียงบางสวนเพื่อรองรับปริมาณคดี
            โดยในระยะแรก เห็นควรบรรจุในศาลจังหวัดที่มีขนาดใหญ ศาลละ 1-2 คน สวนศาลจังหวัดขนาดเล็กและศาลแขวง
            ใหมีหนังสือแจงขอใหสงนักจิตวิทยาในศาลเยาวชนและครอบครัวในพื้นที่จังหวัดเดียวกันมาปฏิบัติหนาที่เปนรายครั้ง

                          ระยะที่ 2 ขยายอัตรากำลัง เมื่อมีปริมาณคดีเพิ่มสูงขึ้นและมีความตองการนักจิตวิทยามากขึ้น ทั้งนี้ ไมตัด
            สิทธิ์ในการเรียกใหนักจิตวิทยาในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษยเขามาในคดีตามคำสั่งศาล

                      3) ดานการปฏิบัติงาน
                          3.1) ปฏิบัติงานตามมาตรฐานกำหนดตำแหนงที่กำหนด โดยมุงเนนไปที่พยาน ผูเสียหาย หรือจำเลย ดังนี้
                                (1) ประเมินสภาพปญหาดานกาย จิต สังคม ของพยาน ผูเสียหาย หรือจำเลย ตามคำสั่งศาล เพื่อ

            ประกอบการพิจารณาในชั้นฟองคดี
                                (2) จัดทำแผนแกไขบำบัดฟนฟูตามที่ศาลมีคำสั่ง และเขารวมประสานการประชุมจัดทำแผนแกไข บำบัดฟนฟู

                                (3) สอดสอง กำกับ ดูแลพยาน ผูเสียหาย หรือจำเลยใหปฏิบัติตามคำสั่งศาล และเปนผูบริหารแผนแกไข
            บำบัด ฟนฟู รายงานผลการปฏิบัติตามแผนและการติดตามใหศาลทราบ
                                (4) ดำเนินโครงการ/กิจกรรมแกไขบำบัดฟนฟูตามที่ศาลจังหวัด หรือศาลแขวงกำหนด

                                (5) ปฏิบัติงานอื่นๆ ไดแก ประสานงานและบูรณาการการทำงานรวมกับเครือขายสังคมเพื่อรวมกันแกไข
            บำบัดฟนฟูพยาน ผูเสียหาย หรือจำเลย เปนวิทยากรบรรยายโครงการ การเก็บรวมรวมเอกสารและจัดตั้งสำนวน

            การใหคำปรึกษา การจัดเก็บขอมูลสถิติตางๆ เปนตน
   37   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47