Page 194 - ความต้องการแรงงานของครัวเรือนภาคการเกษตรตามชนิดสินค้าและขนาดฟาร์ม
P. 194
147
3. การส่งออกแรงงานยังประเทศไทย เป็นไปตาม MOU เหมือนกันทุกบริษัท โดยการส่งแรงงานยัง
ประเทศไทยมากที่สุด เนื่องจาก
3.1 ค่าด าเนินการถูก
3.2 ไป มา สะดวก
3.3 วัฒนธรรมคล้ายคลึงกัน นายจ้างใจดี สามรถขอพักงานกลับบ้านได้
3.4 เปลี่ยนงานได้ง่าย และบ่อยครั้ง
3.5 ขั้นตอนในการส่งแรงงานไปไทยไม่มีปัญหา ได้รับการแก้ไข ปรับปรุง
โดยการส่งออกแรงงานจะเป็นการไปท างานในการก่อสร้าง โรงงานอตสาหกรรม เช่น โรงงานเสื้อผ้า
ุ
เป็นหลัก
3.6 การมาท างานที่ไทย แรงงานสามารถลากลับบ้านได้กรณีฉุกเฉิน ต่างจากมาเลเซียที่ต้องอยู่
ครบ 2 ปี
4. กระบวนการจัดส่งแรงงาน เป็นไปตามกระบวนการผ่าน MOU (รายละเอียดสรุปไว้ในข้อสรุปรวม)
ั
5. บริษัทมีวิธีด าเนินการหาแรงงาน โดยการประชาสัมพนธ์งานในหมู่บ้าน การสมัครงานจะมีคนรับรอง
มาแล้วจากพื้นที่ การเช็คประวัติแรงงาน จึงท าให้บริษัทเป็นที่น่าเชื่อถือ รวมทั้ง บริษัทมีข้อได้เปรียบที่มี สาขา
หลายแห่ง ที่ย่างกุ้ง เมียววดี กทม. ระนอง แม่สอด ท าให้สามารถดูแลแรงงานได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ จากการส่ง
แรงงานมายังไทย มีแรงงานที่ถูกส่งกลับประมาณ 10 คน จากจ านวนที่ส่ง 10,500 คน
6. แรงงานที่ต้องการไปท างานต่างประเทศ (ไทย) ส่วนใหญ่เป็นแรงงานที่มาจาก มะก๊วย และมันดาเลย์
ซึ่งมีอาชีพหลักเป็นเกษตรกรปลูกถั่ว งา ซึ่งมีแรงงาน 4-5 คนต่อครัวเรือน ซึ่งเพยงพอต่อการปลูกและเก็บเกี่ยว
ี
แรงงานที่เหลือจึงหางานท าในเมืองใหญ่ เช่น ย่างกุ้ง ขณะที่ย่างกุ้งเองก็สามารถดูดซับแรงงานแทบจะหมดแล้ว
เมื่อเปรียบเทียบค่าแรง ความเป็นอยู่ และเหตุผลที่กล่าวในข้อ 3 ท าให้แรงงานสมัครเข้ามาท างานที่ประเทศไทย
ื
7. แรงงานที่มาท างานด้านการเกษตร ทั้ง พช ปศุสัตว์ ประมง ยังไม่มีการส่งออก ตาม MOU โดย
ิ่
คุณ Aye Myint อธิบายเพมเติม ว่า บริษัทเคยส่งคนงานมาท างานที่โรงงานสับปะรด ซึ่งมีงานแค่ 8 เดือน
เหลือ 4 เดือน ทางบริษัทให้ไปท างานในสวนสับปะรด ด้วยไม่มี OT หรือค่าล่วงเวลา ท าให้แรงงานไม่อยากท า
ในภาคเกษตร และยังมีสาเหตุอื่นๆ อีก เช่น
ั
7.1 ด้านแรงงานประมง มีความต้องการมาท าน้อยที่สุด เพราะความเสี่ยงในเรื่องอนตราย ตกน้ า
และบริษัทมองว่าเป็นการค้ามนุษย์ บริษัทจึงไม่สนใจในการส่งแรงงานภาคประมงเลย
7.2 การท าการเกษตรในฟาร์ม ไม่มีค่าล่วงเวลา และค่าตอบแทนต่ ากว่าภาคอุตสาหกรรม
7.3 แรงงานไม่มีความเข้าใจว่าการท างานด้านการเกษตร ท าแล้วได้ประสบการณ์ สามารถน า
ความรู้มาใช้ในประเทศพม่าได้ ทั้งๆ ที่ ด้านพช เช่น ล าไย ประเทศพม่าปลูกเป็นจ านวนมาก และด้านปศุสัตว์
ื
บริษัทเองมีความต้องการให้แรงงานได้เรียนรู้เทคนิคด้านการเกษตรจากไทย เพอน ามาปรับใช้ในฟาร์มของ
ื่
ิ
ตนเองได้ ในขณะที่ภาคอตสาหกรรม เช่น ก่อสร้าง โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า หรือ อเล็คโทรนิค เป็นการยากที่
ุ
แรงงานจะน ากลับมาเปิดกิจการของตนเอง
7.4 บริษัท/ผู้ประกอบการ ในไทยไม่ได้มีค าขอหรือความต้องการแรงงานด้านเกษตร

