Page 89 - วิธีวิจัยทางสาธารณสุขศาสตร์เบื้องต้น
P. 89

81




                               
                             ตัวอยางงานวจัย
                                      ิ
                                                                           ้
                                                                           ิ
                          การวิจัยเรื่อง การศึกษาประสิทธิภาพสารสกัดจากขมนชันรวมกับการใช         Bacillus
                                                                      ื
                                                                                        ู
                   thuringiensis  และ  Nuclear   Polyhedrosis  Virus  เพอปองกันหนอนกระทหอม  (Spodoptera
                                                                      ่
                   exigua) ในการปลูกหอมแดงในระบบเกษตรปลอดภัย
                          1. วัตถประสงคของการศึกษา เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของสารสกัดจากขม้นชันรวมกับ
                                                                                              ิ
                                 ุ
                                                                                               ู
                                                                                               
                                                                                   ั
                   Bacillus thuringiensis และ Nuclear Polyhedrosis Virus  ในการปองกนหนอนกระทหอมในแปลง
                   ปลูกหอมแดงของเกษตรกร
                              2. วิธีการศึกษา
                               2.1 วัสดุอุปกรณการทดลอง
                                       ้
                                  2.1.1 ขมินชันสด
                                  2.1.2 หัวพันธุหอมแดง สายพันธุบางชางหรือหอมแดงศรีษะเกษ
                                  2.1.3 เชือ Bacillus  thuringiensis subsp. kurstaki  จากหองปฏิบัตการความเขมขน
                                                                                            ิ
                                       ้
                                                                                                        
                                                                                                      
                   16,000  IU/mg
                                         ้
                                                                                                      
                                                                                            ิ
                                 2.1.4 เชือ Nuclelar Polyhedrosis Virus  (SeNPV) จากหองปฏิบัตการความเขมขน
                                                                                                        
                           9
                   10 x 10     ผลึกตอมิลิลิตร
                                 2.1.5 ฟางขาว
                                 2.1.6 ปุยเคมีสูตร 14 – 14 – 21 และ 15 – 15 - 15
                                 2.1.7 เครื่องพนสารชนิดสูบโยกสะพายหลัง
                                 2.1.8 ถังหมักขมิ้นชันขนาด 10 ลิตร
                               2.2 การวางแผนการทดลอง  วางแผนการทดลองแบบ  Randomized Complete  Block
                                                      ้ํ
                                                                                             ั
                                                                                    ้
                   Design (RCBD) ม    6   กรรมวิธี   3 ซา (Replications) โดยใชสารสกดขมนชันรวมกบเชือ Bacillus
                                                                                    ิ
                                  ี
                                                                                                ้
                                                                                ั
                   thuringiensis และ Nuclear Polyhedrosis Virus  ตามอัตราสวน ดังนี้
                                  ควบคุม                 สารสกัดขมิ้นชัน  (1 : 10)
                                  กรรมวิธีที่      1        อัตราสวน 1 : 4 : 1
                                  กรรมวิธีที่      2      อัตราสวน 2 : 4 : 1
                                  กรรมวิธีที่      3      อัตราสวน 3 : 4 : 1
                                  กรรมวิธีที่      4       อัตราสวน 4 : 4 : 1
                                        กรรมวิธีที่      5      อัตราสวน 5 : 4 : 1

                                                                                
                                                             ํ
                                  3. การบันทกขอมล  อตราการเขาทาลายของหนอนกระทหอม  ทาการสุมตรวจสอบใบ
                                                          
                                          
                                        ึ
                                                                                ู
                                                 ั
                                                                                       ํ
                                             ู
                   หอมแดงจํานวน 100 ใบ ตอ 1 แปลงปลูก  หลังจากปลูกหอมแดงแลว 45 วัน
                                                                                                       ี
                                  4. การวิเคราะหขอมูล นําขอมูลมาวิเคราะหผลทางสถิติตามแผนการทดลองและเปรียบเทยบ
                   คาเฉลี่ยในแตละกรรมวิธีโดยวิธี Duncan’s Multiple Range Test (DMRT)
                                                                                 
                               5. ผลการศึกษา พบวา เปอรเซนตการทาลายของหนอนกระทหอม พบวา กรรมวิธีทีควบคม
                                                                                 ู
                                                                                                        ุ
                                                       ็
                                                               ํ
                                                          
                                                                                                        ่
                                                                                                        ี
                                                                                            ี
                                                                                 ิ
                                                                                            ่
                                           ่
                                           ี
                                                ื
                                  ํ
                   มเปอรเซนตการทาลายมากทสุด คอ 21.34  เปอรเซ็นต ไมเทากนทางสถตกับกรรมวิธีท 1  กรรมวิธีท 2
                    ี
                           ็
                                                                      
                                                                  
                                                                                ิ
                                                                         ั
                                     ี
                                           ็
                               ี
                                                                                                
                   และกรรมวิธีท่  3  มเปอรเซนตการทาลายเปน  14.29   15.33   และ 15.45  เปอรเซนต ตามลําดบ
                                                  ํ
                                                                                                        ั
                                                                                              ็
                                                                           ี
                                                               
                   สวนกรรมวิธีท 4 และ 5 พบเปอรเซนตการทาลายอยูในกลุมนอยท่สุด คอ 11.99 และ 9.33  เปอรเซนต 
                                                                               ื
                                                                                                       ็
                                                    
                                                                    
                                                 ็
                                                        ํ
                               ี
                               ่
                   ตามลําดับ ดังตารางที่ 1
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94