Page 99 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 99
91
นาคกับพญาครุฑ (ปัณฑรกาชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภพระเทวทัตผู้พูดมุสาแล้วถูก
แผ่นดินสูบ ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพ่อค้าชาวเมืองพาราณสีประมาณ
500 คน แล่นสำเภาไปในมหาสมุทรเพื่อไปค้าขายเมืองอื่น ในวันที่ 7 สำเภาถูกพายุกระหน่ำล่มกลางทะเล
ผู้คนล้มตายเป็นเหยื่อของปลาหมด หลงเหลือเพียงชายคนหนึ่งถูกลมพัดกระหน่ำไปขึ้นที่ฝั่งท่าน้ำกทัมพิยะ
เสิ้อผ้าไม่มี เปลือยกายล่อนจ้อน เดินเที่ยวขอทานอยู่ พวกชาวบ้านพบเห็นเขาก็พากันยกย่องเขาว่าเป็นผ ู้
มักน้อยสันโดษ เป็นนักบวช จึงพากันสักการะบูชาเขาเป็นการใหญ่ นับตั้งแต่วันนั้นมาเขาเองก็ไม่ปรารถนา
จะนุ่งห่มเสื้อผ้าได้ลาภสักการะจำนวนมาก ถูกคนเรยกหาว่า กทัมพิยอเจลกะ (ชีเปลือยทัมพิยะ) ในสมัย
ี
นั้น มีพญานาคตนหนึ่งชื่อบัณฑรกนาคราช และพญาครุฑตนหนึ่งจะพากันมาปรึกษาชีเปลือยนั้นอยู่เป็น
ประจำ อยู่มาวันหนึ่งพญาครุฑมาหาชีเปลือยแล้วขอร้องว่า “ท่านขอรับพวกญาติของผมจำนวนมาก ตาย
เพราะจับพวกนาคโดยไม่ทราบสาเหตุ ขอความกรุณาจากท่านช่วยถามพญานาคให้ผมด้วยเถิด” ชีเปลือย
นั้นรับคำจะถามให้ เมื่อพญานาคมาหาจึงถามความนั้นพญานาคตอบว่า “ท่านขอรับเรื่องนี้เป็นความลับ
ของพวกกระผม ถ้าผมบอกท่านเท่ากับผมนำความตายมาสู่ตนเอง และพวกญาติ จึงไม่ขอตอบได้ไหม” ชี
เปลือย” พญานาค เราจะไม่บอกใครหรอก ถามเพราะอยากจะทราบเท่านั้นเองละ จงบอกเถิด” พญานาค
ตอบว่า “ผมบอกไม่ได้หรอกครับท่าน” ไหว้ชีเปลือยแล้วก็กลับไป ชีเปลือยถามเช่นนั้นอยู่ 2 วัน พญานาค
ก็ไม่ยอมบอกเช่นเดิม ในวันที่ 3 พญานาคพอถูกชีเปลือยถามอีกจึงกำชับชีเปลือยอย่าได้บอกใคร แล้วก็เล่า
ให้ฟังว่า “ท่านขอรับเพราะพวกกระผมกลืนกินก้อนหินทุกวันทำให้ตัวหนักนอนอย เมื่อพวกครุฑมาจบที่
ั
ู่
หัวลากไป จึงถ่วงพวกครุฑจมน้ำตายเป็นจำนวนมาก พวกครุฑมันโง่จึงจับที่หัว ถ้ามันจับหางของพวกเรา
หินก็จะไหลออกจากปากสามารถนำพวกเราไปได้ ความลับก็มีอยู่เท่านี้แหละท่าน” แล้วก็ลากลับไป อีกวัน
ต่อมา เมื่อพญาครุฑมาหาเปลือยผู้ทุศีลก็เล่าเรื่องนั้นให้ฟัง พญาครุฑจึงปรี่เข้าไปจับขนดหางพญานาคโผ
บินขึ้นสู่ท้องฟ้าไป พญานาคเมื่อทราบความลับถูกเปดเผยแล้ว จึงคร่ำครวญว่า “ภัยเกิดจากตัวเองแท้ๆ ที่
ิ
พูดพล่อยไม่ปิดบัง บอกความลับแก่ใคร จึงได้บอกออกไปน่าเจ็บใจจริง ๆ” พญาครุฑพูดว่า “ท่านนาคราช
ท่านบอกความลับแก่ชีเปลือยแล้ว จะมาคร่ำครวญอยู่ทำไม สัตว์ที่จะไม่ตายไม่มีในโลกขึ้นชื่อว่าความลับไม่
ควรบอกใครๆ ไม่ว่าจะเปนบิดามารดา พี่น้องแม้กระทั่งภรรยาและบุตรธิดา “แล้วกล่าวเป็นคาถาว่า
็
“บัณฑิตไม่พึงเปิดเผยความลับ พึงรักษาความลับนั้นไว้เหมือนรักษาขุมทรัพย์ เพราะว่าความลับบุคคลรู้อยู่
ไม่เปิดเผยได้เป็นการดีบัณฑิตไม่ควรบอกความลับแก่สตรี ศัตรู คนที่ใช้อามิสล่อ และคนผู้ล้วงความลับ”
พญานาคได้ฟังธรรมของพญาครุฑแล้วอ้อนวอนขอชีวิตว่า “ท่านพญาครุฑ ข้าพเจ้าขอชีวิตจากท่าน ขอ
ท่านจงตั้งตนดุจเป็นมารดาของข้าพเจ้าเถิด” พญาครุฑตอบว่า “เอาเถอะ เราจะปล่อยท่านไป แต่ว่า บุตร
มี 3 จำพวก คือ ศิษย์ บุตรบุญธรรม และบุตรตัวเอง ท่านยินดีจะเป็นบุตรประเภทไหนของเราละ” ว่าแล้ว
ก็ปล่อยพญานาคไป สัตว์ทั้ง 2 ก็อยู่กันอย่างสามัคคีกันเช่นเดิม ต่อมาวันหนึ่งสัตว์ทั้ง 2 ได้ชวนกันไปหาชี
เปลือยอีก พญาครุฑทราบว่าพญานาคจักหมายชีวิตชีเปลือย จึงไม่เข้าไปหาปล่อยให้แต่พญานาคผู้เดียวเข้า
ไปหาชีเปลือยนั้น พญานาคได้กล่าวติเตียนและสาบแช่งชีเปลือยว่า “ท่านเป็นคนเลวทรามประทุษร้ายต่อผู้
ไม่ประทุษร้าย ไม่รักษาคำสัตย์ ขอให้หัวของท่านจงแตกเป็น 7 เสี่ยง” กล่าวจบก็พากันกลับไปที่อยู่ของตน
ี่
ส่วนชีเปลือยพอสัตว์ทั้ง 2 จากไปเท่านั้น หัวก็แตกออกเป็น 7 เสยงสิ้นชีวิตแล้วไปเกิดในนรก
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ความลับไม่ควรเปิดเผยให้ใครที่ไหนทราบดังคำมีว่า ความลับไม่ให้ถึงสาม
ความงามไม่ให้ถึงสี่ ความมิดความหมี่ไม่ให้ถึงห้าถึงหก ๛

