Page 104 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 104
96
ด้วยใบไม้ ใบไม้ก็หอมฟุ้งไปด้วยฉันใด การคบหาสมาคมกับนักปราชญ์ก็ฉันนั้น ดังนั้น บัณฑิตไม่ควรคบ
หาอสัตบุรุษ ควรคบหาแต่สัตบุรุษเท่านั้น” พระราชาทรงเลื่อมใสธรรมกถาของนกปุปผกะอย่างมาก เมื่อ
หมู่ฤๅษีกลับมาแล้วจึงนิมนต์ให้เข้าไปอยู่ในสวนหลวง เพื่อจะได้อุปัฏฐากบำรุง และทรงให้ปล่อยนก
ทั้งหลายเป็นอภัยทาน หมู่ฤๅษีรับคำนิมนต์นั้นอยู่สงเคราะห์พระราชาจนตราบสิ้นชีวิต
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
ชาติภูมิกำเนิดไม่ใช่สิ่งสำคัญสิ่งแวดล้อมต่างหาก ทำให้ผู้คนเป็นพาลหรือบัณฑิต ๛
พญานกยูงทอง (มหาโมรชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถีทรงปรารภภิกษุผู้กระสันอยากจะสึกรูปหนึ่ง
ได้ตรัสอดีตนิทานมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพญานกยูงมีสีเหมือนทอง
รูปร่างสวยงาม มีบริวารแวดล้อมหลายร้อยตัว วันหนึ่งพญานกยูงเห็นรูปร่างตนเองจากน้ำในสระเกรงว่าจะ
ั
เป็นอันตรายเพราะรูปสมบัติ จึงคิดจะปลีกหนีไปอยู่เพียงลำพงตัวเดียว เมื่อตกกลางคืนฝูงนกยูงหลับ
หมดแล้วได้แอบบินหนีเข้าป่าหิมพานต์ผ่านภูเขา 4 ลูก พบสระใหญ่เกิดเองตามธรรมชาติ มีต้นไทรใหญ่ปก
้
คลุมข้างเขาลูกหนึ่งจึงร่อนลงข้างต้นไทรนั้นเข้าไปอาศัยถ้ำแห่งหนึ่งอยู่ พอรุ่งเชา พญานกยูงก็ได้บินไปเกาะ
่
ยอดเขาหันหน้าไปทางทิศตะวันออกสวดมนต์เพื่อขอความคุ้มครองป้องกันตนในเวลากลางวันวา “อุเทตะ
ยัญจักขุมา เอกะราชา ฯลฯ” จบแล้วก็บินร่อนลงไปหากิน ตกเย็นก็จะบินมาจับบนยอดเขาที่เดิมหันหน้า
ไปทางทิศตะวันตกสวดมนต์เพื่อขอความคุ้มครองป้องกันตนในเวลากลางคืนว่า “อะเปตะยัญจักขุมา เอกะ
ราชา ฯลฯ” แล้วก็บินร่อนเข้าถ้ำหลับนอน เป็นอยู่ลักษณะเช่นนี้เป็นประจำ อยู่ต่อมาวันหนึ่ง มีนายพราน
คนหนึ่งเที่ยวไปในป่าลึกเหนพญานกยูงทองจับอยู่บนยอดเขานั้นโดยบังเอิญ จึงกำหนดสถานที่ไว้ หลายปี
็
ผ่านไปเมื่อเขาใกล้จะตายจึงได้เล่าเรื่องนี้ให้ลูกชายฟังว่า “ลูกเอ๋ย..ในป่าตรงยอดเขาลูกที่4 โน้น มีนกยูง
ทองตัวหนึ่งอาศัยอยู่ ถ้าพระราชาต้องการ เจ้าจงกราบทูลให้ทรงทราบนะ” สั่งเสียแล้วก็ตายไป อยู่ต่อมา
พระนางเขมาเทวีมเหสีของพระเจ้าเมืองพาราณสีทรงสุบินในเวลาใกล้รุ่งว่า มีนกยูงทองสวยงามตัวหนึ่ง
็
แสดงธรรมแก่พระนางเสรจแล้วก็บินไป พระนางเห็นนกยูงทองกำลังจะบินไปรับสั่งให้คนช่วยกันจับมันไว้
ขณะกำลังตรัสอยู่นั่นเองก็ทรงตื่นเสียก่อน เมื่อทราบว่าเป็นความฝัน ก็ดำริจะให้สืบดูว่าในโลกนี้มีนกยูง
ั
ทองอยู่จริงหรือเล่า ถ้าจะทูลพระราชาว่าเป็นความฝนพระองค์ก็จะไม่ใส่พระทัย จึงทรงบรรทมทำทีเป็นแพ้
ครรภ์อยู่ พระราชาเมื่อทราบว่าพระมเหสีแพ้ครรภ์ก็เสด็จเข้าไปหาตรัสถาม เมื่อสดับว่าแพ้ครรภ์อยากจะ
้
ฟังธรรมจากพญานกยูงทองจึงรับสั่งให้อำมาตย์เข้าเฝาและปรึกษาหารือ อำมาตย์กราบทูลว่า “พวก
้
์
พราหมณ์อาจจะทราบได้ พระเจ้าข้า “จึงมีรับสั่งให้พราหมณเข้าเฝา พวกพราหมณ์กราบทูลว่า “ขอเดชะ
สัตว์ที่มีสีเหมือนทองมีอยู่ในโลก แม้แต่มนุษย์ที่มีสีเหมือนทองก็มีอยู่ โปรดให้ประชุมพวกนายพรานเถิด
อาจจะรู้ได้ พระเจ้าข้า “พระราชาให้เรียกนายพรานและลูกนายพรานมาประชุมกันแล้วตรัสถามว่า “สู
่
ทั้งหลาย มีใครเคยเห็นนกยูงทองบ้างไหม” ลูกชายนายพรานคนนั้นจึงกราบทูลให้ทราบวา “ขอเดชะ ข้า
ู่
พระองค์ไม่เคยเห็น แต่บิดาผู้ล่วงลับของข้าพระองค์เคยเห็นได้สั่งไว้ว่ามีนกยูงทองตัวหนึ่งอาศัยอย ณ ที่
ตรงโน้น พระเจ้าข้า “พระราชาทรงพอพระทัยมากประทานทรัพย์เป็นรางวัลแล้วมอบหมายให้เขาไปจับ
่
มันมาถวายให้จงได้ เขามอบทรัพย์ให้ภรรยาแล้วก็เข้าป่าไปเห็นพญานกยูงทองแล้วดักบ่วงภาวนาอยู่วา
“วันนี้ต้องติด วันนี้ตองติด” พญานกยูงก็ไม่ติดบ่วงสักทีเพราะสวดมนต์ดังกล่าว จนเขาป่วยและตายไป
ฝ่ายพระเทวีเมื่อไม่ได้ดังปรารถนา ก็สิ้นพระชนม์เช่นกัน พระราชาทรงกรววา “เพราะอาศัยนกยูงทองตัวนี้
ิ้
่
เป็นเหตุให้เมียรักของเราต้องสิ้นพระชนม์” จึงผูกเวรพญานกยูงทองให้จารึกไว้ในแผ่นทองว่า “ที่ยอดเขา

