Page 96 - 237 ข้อคิดจากนิทาน ชาดก และอุปมา
P. 96
88
่
นางไปเป็นลูกสะใภ้ พ่อค้าเกิดความไม่มั่นใจในตัวลูกสาว เกรงวาจะไปสร้างความอับอายขายหน้าให้แก่
สกุลเมื่อไปอยู่ในบ้านสามี เพราะเห็นหัวเราะหน้ารื่นอยู่เป็นประจำ จึงจะทดลองใจลูกสาว วันหนึ่ง จึงชวน
ลูกสาวไปเก็บผักในป่าด้วย เมื่ออยู่ด้วยกันตามลำพัง จึงเข้าไปจับมือลูกสาวแล้วกล่าวถ้อยคำเล้าโลมทำที่
จะโอบกอด นางพอถูกพ่อจับมือและทำทีจะปล้ำเช่นนั้น ก็ร้องไห้สะอึกสะอื้นขึ้นว่า “ยามเมื่อฉันมีทุกข์
ท่านผู้ใดเล่าเป็นที่พึ่ง ท่านผู้นั้นคือ บิดาของฉัน กำลังประทุษร้ายฉันในป่า ฉันจะร่ำร้องหาใครในกลางป่า
ท่านผู้นั้นกลับทำกรรมอันสาหัสเสียเอง” พ่อจึงพูดปลอบนางว่า “ลูกรัก พ่อจับมือเจ้าก็เพื่อจะทดลองใจ
้
เจ้าดู บอกพ่อซิลูกว่า เจามีกุมาริกาธรรม (หิริโอตตัปปะ) แล้วหรือ” “ฉันมีแล้วจ๊ะพ่อ แม้แต่จะมองดูผู้ชาย
คนไหน ก็ไม่คิดอยากจะได้เลย” ลูกสาวตอบ พ่อค้าจึงทราบว่า ลูกสาวของตนเป็นผู้พร้อมที่จะมีครอบครัว
ได้แล้ว เมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็ยกลูกสาวให้แก่สกุลนั่นไป รุกขเทวดาที่เห็นเหตุการณ์ในวันนั้นได้แต่ให้เสียง
สาธุการ
ู
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: มีลูกสาวดีเป็นศรีแก่บ้าน มีลกสาวขี้คร้านอัปรีย์จัญไร ๛
พ่อค้าโกง (กูฏวาณิชชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้า ประทับอยวัดเชตวัน เมืองสาวัตถีปรารภพ่อค้าโกงผู้หนึ่ง ได้ตรัสอดีตนิทาน
ู่
ชาดกมาสาธก ว่า...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์เกิดเป็นพ่อค้าอยู่ในเมืองพาราณสี มีชื่อว่า
บัณฑิตได้เข้าหุ้นทำการค้ากับพ่อค้าคนหนึ่งชื่อว่า อติบัณฑิต วันหนึ่ง คนทั้งสองชวนกันบรรทุกสินค้าด้วย
เกวียน 500 เล่มไปขายที่ชายแดนแห่งหนึ่ง ได้กำไรกลับมาอย่างงดงามเมื่อกลับมาถึงเมืองพาราณสีแล้ว ถึง
เวลาแบ่งทรัพย์กัน นายอติบัณฑิตจึงเอ่ยปากขึ้นว่า “นี่เพื่อนรัก เราควรจะได้ส่วนแบ่ง 2 ส่วนนะ” “ทำไม
ละเพื่อน” พระโพธิสัตว์ถาม” ก็เพราะท่านชื่อบัณฑิตเฉยๆ ควรได้ส่วนเดียว ส่วนเราชื่ออติบัณฑิตจึงควร
จะได้ 2 ส่วนนะสิ” อติบัณฑิตตอบ พระโพธิสัตว์ไม่ยอมกล่าวอ้างว่า “ทุนซื้อก็ดี พาหนะขนสิ่งของก็ดีมี
ส่วนเท่าๆ กัน แล้วทำไมเวลาแบ่งจึงต้องแบ่งไม่เท่ากันละ นายอติบัณฑิตก็อ้างแต่ว่าไปหารุขเทวดาเป็นผู้
ตัดสินให้ คนทั้งสองเดินไปที่ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งอติบัณฑิตได้บอกอุบายให้พ่อของตนเองไปแอบอยู่ใน
โพรงไม่นั่นแล้ว เมื่อไปถึงต้นไม้นั้นแล้ว อติบัณฑิตก็ถามความเห็นของรุกขเทวดาให้ช่วยเป็นผู้ตัดสินใจให้
ิ
ด้วยทันใดนั่นเองก็มีเสียงเปล่งออกมาจากต้นไม้นั้นว่า “ถ้าเช่นนั้น คนชื่อบัณฑิตควรได้ 1 ส่วน อติบัณฑต
ควรได้ 2 ส่วน” พระโพธิสัตว์ฟังคำตัดสินนั้นแล้วคิดว่า “เดี๋ยวเถอะจะได้รู้กันว่าเป็นเทวดาจริง หรือเทวดา
ปลอมกันแน่” เดินไปหอบฟางมาใส่โพรงไม้แล้วจุดไฟทันที ทันใดนั่นเองพ่อของนายอติบัณฑิตรีบหนีตาย
ขึ้นข้างบนต้นไม้โหนกิ่งไม้แล้วกระโดดลงดินพลางกล่าวเป็นคาถาว่า “คนชื่อบัณฑิตดีแน่ ส่วนอติบัณฑิตไม่
ดีเลย เพราะ เจ้าอติบัณฑิตลูกเราเกือบเผาเราเสียแล้ว” เมื่อแผนการถูกเปิดโปง นายอติบัณฑิตจึงจำต้อง
แบ่งส่วนแบ่งเท่า ๆ กัน
ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง: ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน ๛
พระมหาสุบิน 16 ข้อ (พระสุบินชาดก)
๏ ในสมัยหนึ่ง พระพุทธเจ้าประทับอยู่วัดเชตวัน เมืองสาวัตถี ทรงปรารภมหาสุบิน 16 ข้อของพระเจ้า
โกศลมหาราช เรื่องมีอยว่า...คืนวันหนึ่ง พระเจ้าโกศลมหาราช ผู้ครองเมืองสาวัตถี ในเวลาใกล้รุ่งทรงพระ
ู่
สุบิน 16 ประการ แล้วสะดุ้งตื่นจากบรรทมคิดหวาดกลัวว่าอันตรายอะไรจักเกิดมีแก่ตัวเรา จึงรับสั่งให้
พราหมณ์ปุโรหิตหลวงเข้าเฝ้าแต่เช้าตรู่ พวกพราหมณ์โหรหลวงพอได้ฟังคำบอกเล่าเรื่องพระสุบินจบ ก็พา
กันกราบทูลว่าจักมีอันตราย 3 อย่างเกิดขึ้น คืออันตรายแก่ราชสมบัติ 1 โรคภัยเบียดเบียน 1 อันตรายแก่
ชีวิต 1 อย่างใดอย่างหนึ่ง พระองค์พอได้รับฟังยิ่งตระหนกพระทัย จึงถามหาวิธีแก้ไข พวกโหรหลวงจึงทูล

