Page 4 - วารสารโรงพยาบาลสุรินทร์#9
P. 4
นโยบายการบริหารงาน แบบข้าราชการ เช่น การเป็นพนักงานกระทรวงสาธารณสุข
ที่สอดคล้องต่อภาระงานโดยเป็นรูปแบบที่สามารถจูงใจ และ
กระทรวงสาธารณสุข สร้างความมั่นใจให้ผู้ทำางานตลอดจนเกิดแรงจูงใจในการ
โดย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นพ.ประดิษฐ สินธวณรงค์) ทำางาน
๑๑. ระบบการทำางานและติดต่อสื่อสารระหว่างประชาชน
และ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว) ในทุกส่วนที่สามารถอำานวยประโยชน์ให้ประชาชนจนได้รับ
วิสัยทัศน์ ความพึงพอใจ
ภายในทศวรรษต่อไป คนไทยทุกคนจะมีสุขภาพแข็ง ๑๒. การสนองต่อนโยบายของรัฐบาลในโครงการต่างๆที่เป็น
แรงเพิ่มขึ้นเพื่อสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของ รูปธรรมชัดเจนและทันเวลา
ประเทศทั้งทางตรงและทางอ้อมอย่างยั่งยืน กลยุทธ์ในการทำางาน
พันธกิจของการทำางาน ๑. ใช้ตัวชี้วัดเป็นเป้าหมายในการทำางานร่วมกันของทุก
๑. พัฒนาระบบสุขภาพให้มีประสิทธิภาพ คุณภาพ ทั้ง ภาคส่วน โดยกำาหนดตัวชี้วัด วิธีวัดผลและกลุ่มเป้าหมายที่
ด้านการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและรักษาโรค รวมทั้งฟื้นฟู ชัดเจนทั้งตัวชี้วัดทั่วไปและตัวชี้วัดเฉพาะ เรื่อง มีรูปแบบ
สภาพ เป็นระบบที่มีความมั่นคงสามารถสร้างรายได้ให้กับ การประเมินที่เป็นรูปธรรมมีข้อมูลสนับสนุนชัดเจนและเป็น
ประเทศ ที่ยอมรับ ร่วมกัน
๒. มีการทำางานประสานกันแบบบูรณาการทั้งภายใน ๒. การพัฒนาและผนวกระบบข้อมูลข่าวสารด้านของ
หน่วยงานและระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนเพื่อ สุขภาพของระบบการดูแลด้านสุขภาพของ ประเทศให้เป็น
บรรลุวิสัยทัศน์และสนองต่อนโยบายของรัฐบาล ระบบเดียวกัน และมีการนำาเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้เพื่อ
๓. พัฒนาระบบการทำางานที่ขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมาย เพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและคุณภาพของงานและเพื่อ
ระหว่างผู้ทำางานร่วมกัน ตลอดจนเกิดคุณค่าต่อยอดและ ใช้เป็นฐานข้อมูลในการทำางานพัฒนาระบบ ข้อมูลสุขภาพ
ความเข้าใจซึ่งกันและกัน ระดับชาติ (National Health Information)
เป้าและเป้าหมาย ๓. การปรับโครงสร้างของหน่วยงานภายในกระทรวง
๑. กลุ่มเป้าหมาย ตัวชี้วัด การวัดผลและกรอบระยะเวลา สาธารณสุขในเรื่องระบบและวิธีการ ตลอดจนกลยุทธ์การ
ในทุกงานเพื่อสนองต่อวิสัยทัศน์และพันธกิจ (Indicators ทำางาน มีการกำาหนดรูปแบบที่ชัดเจน โดยมีองค์กรการ
and Measurements) จัดการผู้ให้บริการ (service provider) แยกส่วนจากผู้
๒. องค์กรหรือหน่วยงานด้านกำาหนดกฎเกณฑ์การบริหาร กำาหนดหลักเกณฑ์ (National Health Authority) ให้
ทางด้านสุขภาพระดับชาติ (National Health Authority) ชัดเจนเพื่อลดข้อขัดแย้งต่างๆ ทั้งนี้ในขั้นต้นจะใช้อำานาจ
๓. องค์กรหรือหน่วยงานด้านบริการด้านการแพทย์และ ในด้านบริหารเป็นกลไกหลักในการดำาเนินการ
สาธารณสุข (Health Service Provider) ๔. การปรับโครงสร้างทางด้านการเงินการคลังเพื่อสร้าง
๔. องค์กรหรือหน่วยงานที่ดูแลด้านการซื้อบริการทางการ ดุลภาพของรายได้และรายจ่าย ของการเงินการคลังระยะยาว
แพทย์และสาธารณสุข (Healthcare Purchaser) ทั้งระดับมหภาค ภูมิภาค และระดับหน่วยบริการที่เหมาะสม
๕. องค์กรหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านข้อมูลทางด้าน กับหน่วยบริการแต่ละแห่ง รวมทั้งสามารถสะท้อนให้เห็นถึง
สุขภาพของประเทศ (National Health Information) ความสามารถและความรับผิดชอบของหน่วยงานที่ ชัดเจน
๖. หน่วยงานที่รับผิดชอบและดำาเนินงานของกระทรวง ๕. พัฒนากำาลังคนภาครัฐด้านสาธารณสุขให้มีสภาพงาน
สาธารณสุขในด้านนโยบายต่างประเทศโดยตรง (Health การจ้างงานที่ดีขึ้น ความรับผิดชอบในงานที่ชัดเจน ได้รับ
Foreign Policy Office) ความดูแลจากผู้บังคับบัญชา จนทำาให้สามารถจูงใจให้เกิด
๗. ระบบฐานข้อมูลและระบบสื่อสารด้านสุขภาพใน การทำางานที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพและประสิทธิผล เพื่อ
ทุกระดับที่เชื่อมโยงติดต่อกันที่ สามารถเพิ่มประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคง และขวัญกำาลังใจมีความสุขในการทำางาน
คุณภาพในการทำางานหรือการให้บริการต่อประชาชน อีกทั้งให้เกิดความรู้ความสามารถในการทำา งานเพิ่มขึ้นโดย
(Health Information System and Network) ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเสริม
๘. ระบบการเงินการคลังของงานด้านสุขภาพในทุกระดับ ๖. เสริมสร้างบทบาทของประเทศไทยในเวทีสุขภาพ
ที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ที่สามารถนำามาสู่ประสิทธิภาพ โลก ทั้งระดับภูมิภาคเพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
คุณภาพและความมั่นคงของระบบการดูแลด้านสุขภาพของ (ASEAN Community: AEC, APSC, ASCC)และระดับ
ประเทศ นานาชาติเพื่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีและประโยชน์ร่วมกันทั้ง
๙. มาตรการด้านกำาลังคนแสดงถึงการทำางานอย่างมี ระดับทวิภาคี ภูมิภาค และระดับโลก
ประสิทธิภาพ ใช้กำาลังคนอย่างเหมาะสมและถูกต้องและ ๗. ทุกหน่วยงานต้องเน้นการทำางานที่สนับสนุนการมี
แสดงถึงความรับผิดชอบของหน่วยงาน ส่วนร่วมของภาคเอกชน และ ประชาชน นอกจากนี้การ
๑๐. รูปแบบของสภาพการจ้างงานที่นอกเหนือจากรูป ทำางานในระหว่างภาครัฐด้วยกันในทุกระดับหรือหน่วยงาน
2

