Page 25 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 25
บทนํา
ุ
ิ
ั
ู
่
ประเทศไทยมีความหลากหลายของชนดพนธไผสงและจดวาเปนหนงในศนยกลางการแพร
ึ
ั
ู
ุ
ุ
ั
ู
ั
กระจายพนธของไผ (Dransfield, 1995) ทั่วโลกมีชนดพนธุไผอยประมาณ 80 – 90 สกล (genus) และ
ิ
สามารถจาแนกยอยออกไดถึงประมาณ 1,500 ชนิด (species) พบวาไผทองถินในประเทศไทย มีอยู
ํ
่
ู
ื
ิ
จํานวน 17 สกุล 72 ชนด (สภลท และคณะ, 2555) พ้นที่ปาไผในประเทศไทยมีอยประมาณ 2,850,000 ไร
ู
ิ
ั
ี
่
คิดเปนปรมาตรไมประมาณ 17.6 ลานลกบาศกเมตร และมีดชนความหลากหลายอยที 1.7 ปาไผทีกลาวถึง
่
ู
่
ื้
ู
ั
สวนใหญอยูในเขตพนทีของอุทยานแหงชาติ และพนทีปาอนรกษ นาเสียดายทีไมไผทีใชกนอยในปจจบัน
ุ
ุ
้
ื
่
่
่
ั
สวนใหญถกนาออกมาจากปาธรรมชาตจนเกินกาลงผลตของปา ทําใหทรพยากรไมไผทีมีอยในปาธรรมชาต ิ
ิ
ู
่
ิ
ั
ํ
ั
ํ
ู
ี
ไมเพยงพอกับความตองการของตลาดในปจจุบัน (สภลท และคณะ, 2555)
ู
ั
้
ํ
่
การทีจะสงเสริมใหเกษตรกรหันมารวมกนปลกไผเศรษฐกิจใหกวางขวางมากขึนนั้น จาเปนตอง
มีกลาไมใหเพียงพอกับความตองการเสียกอน ดังน้น การศึกษาหาวิธีการและรูปแบบในการ
ั
ุ
ิ
ํ
่
ุ
ขยายพนธทีเหมาะสม เพ่อเพ่มปริมาณไผพันธดีที่ไดทําการคัดเลือกไว สาหรับเผยแพรแกเกษตรกร
ั
ื
ี
ื
จึงเปนเร่องที่หลีกเล่ยงไมได ทั้งน้ การขยายพันธไผโดยวิธีไมอาศัยเพศ (vegetative propagation)
ี
ุ
่
ุ
ั
ี
ิ
็
่
ุ
ั
่
่
เปนหนึงในวิธีการทีสามารถคงไวซึงพนธกรรมทีดของไผแตละชนด อยางไรกตาม การขยายพนธโดย
ั
ี
็
ั
ู
ั
้
วิธีการไมอาศยเพศน มีหลายรปแบบ โดยแตละแบบกเหมาะสมกบไผแตละชนิดเชนกน
่
ํ
ุ
ั
ุ
สทัศน (2545) สารวจการใชประโยชนไมไผเบื้องตน พบวาชนิดพนธไผทีมีศกยภาพในการ
ั
ุ
ี
ั
ิ
ู
สงเสริมการปลกใหสามารถนามาเปนสนคาทางเศรษฐกิจไดดมีอย 5 ชนดพนธไดแก ไผบงใหญ
ิ
ู
ํ
ื
ู
(Dendrocalamus brandisii) ไผซางหมน (Dendrocalamus sericeus) ไผหมาจ หรอไผหวานอางขาง
ุ
(Dendrocalamus latiflorus) ไผเลี้ยงหวาน (Bambusa nana) และไผกิมซง หรือไผตงลืมแลง (Bambusa beecheyana)
ั
ั
ุ
ั
ั
ุ
่
ดงน้นการศึกษาคร้งนี้จึงมงเนนหาขอมลและเทคนคเกียวกบการขยายพนธโดยวิธีการไมอาศยเพศของไผ
ิ
ั
ั
ู
ั
ิ
แตละชนิด ผลการศกษาครั้งนี ามารถสนองตอบตอนโยบายของรฐบาลในการทีจะสงเสรมใหทั้ง
่
ึ
้
ั
หนวยงานภาครฐและเอกชน ไดเขามามีสวนรวมในการปลกไผใหมากขึน เพอรองรบการใชสอยในครัวเรือน
่
้
ู
ื
ั
และภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
ไมไผเศรษฐกิจของไทยและการใชประโยชน
ไผเศรษฐกิจ 5 ชนิดดังกลาวขางตน มีรูปรางลักษณะ และการใชประโยชนแตกตางกัน
อยางไร จะไดกลาวในรายละเอียดตอไป
ื
1. ไผบงใหญ (Dendrocalamus brandisii) พบมากในปาธรรมชาต หรอตามหัวไรปลายนาตามชนบท
ิ
ในภาคเหนอ โดยธรรมชาตจะขึนในปาดบเขาหรอปาดงดบ หรอบรเวณปาทีมีความชนคอนขางสง
ิ
ิ
ื
ิ
ู
้
ื
้
ิ
่
ื
ื
ํ
ู
ั
่
้
่
ื
ั
ลกษณะโดยทัวไปคลายไผตง กอไมแนนมากนก (ภาพที 1) หากขึนในทีมีความชนสงจะมีขนาดลาใหญมาก
่
้
ิ
ํ
ิ
ู
ลามีขนาดเสนผาศนยกลางประมาณ 12 – 20 เซนตเมตร ปลองยาว 30 – 60 เซนตเมตร เนอลําหนา
ื้
18

