Page 28 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 28


                           3. ไผหมาจ หรอไผหวานอางขาง (Dendrocalamus  latiflorus) เปนไผตางถิ่นนําเขามาจาก
                                     ู
                                         ื
                                                                                     ื
                                             ั้
                           
                  ประเทศไตหวัน ทดลองปลูกครงแรกที่โครงการหลวงดอยอางขาง จังหวัดเชยงใหม (ภาพที่ 6) ไผหมาจ   ู
                  ใหหนอที่มีรสหวานอรอย ทํารายไดมากมายใหแกประเทศจีน (ตอนใต) และประเทศไตหวัน โดยประเทศ
                                                 
                                                                                    ี
                                                                     ี
                      
                                                                                    ่
                                                                         ั
                                                                                                        ํ
                  จีนสงออกหนอไมแหงและหนอไมกระปองจากไผชนิดน้ไปยงประเทศญปุนในป พ.ศ.2528 จานวน
                                                                           ู
                                                                                                  ั
                                                                      ู
                                                                  
                                                              ั
                                                                                          ี
                  140,000 ตัน และไตหวันสงออกจานวน 40,000 ตน ดวยมลคาสงถึง 40 ลานเหรยญสหรฐ นอกจากน          ้ ี
                                                ํ
                                         
                                                                                                        ็
                  ยงมีตลาดในประเทศแถบยโรป สหรฐอเมรกา แคนาดา และประเทศในเอเชยเชนฟลปปนสกมีการ
                                                          ิ
                                                    ั
                                                                                               
                                                                                            
                                                                                        ี
                                                                                                ิ
                                           ุ
                   ั
                                                                                                      
                                           ั
                                                     ี่
                  สงออกหนอไผหมาจไปขายยงประเทศญปุนต้งแตป พ.ศ.2516 มาแลว
                                                                              
                                                         ั
                                    ู
                                     ู
                                                                      ํ
                                                                                   ี
                                                                                            ่
                             ไผหมาจ สามารถใชประโยชนไดทั้งหนอและลา หนอมีราคาดและเปนทีตองการของตลาด
                                                         
                                          ํ
                                              ื
                                                                 
                                                                             
                                          ้
                                        
                  (ภาพที่ 7) ลําใชทําทอสงนาหรอทําแพขนาดเล็ก ใชในงานกอสรางและเปนวัตถุดิบในอุตสาหกรรม
                                                                     ู
                    ื
                                                 ู
                                                                                                          ั
                  เย่อกระดาษ จึงเปนไผที่มีศกยภาพสงในการสงเสริมการปลกเชิงพาณิชย แตมีขอพึงระวังเกยวกบสายพนธุ
                                                                                                    ั
                                                                                                ี่
                                         ั
                                     ื
                                                               ู
                                                                                             ื
                                     ่
                  และการออกดอก เนองจากเปนไผทีนําเขามาปลกจากตางประเทศซึ่งสายพนธุหรอจํานวนกิงพนธุที       ่
                                                                                       ั
                                                                     
                                                                                                         ั
                                                   ่
                                                                                                      ่
                                                
                                    ุ
                                     
                  นาเขามาขยายพนธตอมีจานวนนอยหรือจากด ปญหาในเรองการออกดอกตายขยของไมไผในกรณีที            ่
                   ํ
                                                                                           ุ
                                                                       ่
                                                                       ื
                                 ั
                                                           ั
                                         ํ
                                                        ํ
                             ่
                                            ่
                                                                                 ั
                                            ี
                  ปลูกในพนทีมากเปนเรืองทีเสยงพอสมควร เชนเดยวกนกบทีเคยเกิดขึนกบไผตงเมือป พ.ศ.2537-2538
                                                                                          ่
                                                                       ่
                                      ่
                          ื้
                                                                 ั
                                                             ี
                                                                               ้
                                          ่
                                                                    ั
                                                                                    ี
                                                                                 ิ
                                                                                                            ั
                  ที่สงผลใหเกษตรกรที่ปลูกไผตงและผูประกอบการที่ใชไมไผตงเปนวัตถุดบเสยหายมาก และในปจจุบันยง
                     
                                                                 
                  มีขอมลทีพบการทยอยออกดอกตายขยของไผหมาจบางแลวในหลายพนที        ่
                                                                                ้
                       ู
                          ่
                                                                      
                                                               ู
                                                                                ื
                                                   ุ








                  ภาพที่ 6.  ลกษณะกอของไผหมาจ  ู
                             ั







                                      
                             ั
                  ภาพที่ 7.  ลกษณะหนอของไผหมาจ  ู
                                                              21
   23   24   25   26   27   28   29   30   31   32   33