Page 39 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 39

ั
            การบนทึกขอมูล และวิเคราะหผล
                                                                                      
                                                   
                                                                                           ่
                                                ั้
                                                     ิ
                                                                ั
                     1. บันทึกขอมูลชวงระยะเวลาตงแตเร่มการขยายพนธุทั้ง 2 วิธีจนกระทังกลาไผเริมแตกยอดกิง
                                                                                  ่
                                    
                                                                                                      ่
                                                                                       
                                                                   ุ
            หรือรากพรอมหาเปอรเซนตของความสาเร็จในการขยายพนธแตละวิธี ทั้งจากการใชและไมใชฮอรโมน
                                                                     
                                                                ั
                                               ํ
                                  ็
                                                                                               
            เรงราก
                                                        ู
                                          ุ
                                    ั
                                                                   
                     2. ยายชําทอนพนธลงถงเพาะชําและดแลรักษากลาไม พรอมบันทึกการเจริญเติบโตตอไป
                                       ุ
                   ั
            ภายหลงการยายชําแลวจนครบ 1 ป
                                
                                         ํ
                                                                                       ่
                     3. เปรียบเทียบความสาเร็จจากการขยายพนธโดยการชําปลองและการชํากิง โดยใชและไมใช    
                                                                          
                                                           ั
                                                             ุ
                                                    ่
                                                    ื
                                                                    ั
                                                                       ุ
            ฮอรโมนเรงราก พรอมสรุปผลการทดลอง เพอหาวิธีการขยายพนธทีเหมาะสมตอไป
                                                                        ่


                                                   ผลการศึกษา
                                                     ั
                                                       ุ
                              ํ
                     จากการสารวจแหลงการกระจายพนธของไผบงใหญ (Dendrocalamus  brandisii)  พบมากใน
                                                                    
                                       
                                                       ั
              ั
                                                                                     ู
                                                                                        ิ
                                                    
                                                                        
                                                          ุ
            จงหวัดกาญจนบุร และทําการคัดเลอกแหลงพนธได 4 แหลง พรอมบันทึกขอมลพกัด ความสูงจาก
                                                            
                                             ื
                             ี
                                                                   
                                 ํ
                                                                                             ุ
                                                                                        ํ
            ระดบนาทะเล จานวนลาแก (อายมากกวา 2 ป) จานวนลาออน (อาย 1 ป) และตดลาอายไมเกิน 2 ป
                                           ุ
                           ํ
                   ้
                                                          ํ
                   ํ
                ั
                                                                                      ั
                                                                           ุ
                                                                ํ
                                                                         ุ
                                                                      ั
                                             ื
                                                ํ
                                                                             ั
                                                                                          ั
                                             ่
                                                                                             ํ
            จํานวน 2 ลํา/กอ จํานวน 8 กอ เพอนามาทดลองการขยายพนธ หลงจากทําการตดลาไมไผแลว
                        ู
                                                                       
                                                                               ํ
                                                    ี
                                                          ํ
                                                    ่
                                                                                          ั
            จะบันทึกขอมลความยาวของลา ความโตเฉลยของลา ความยาวปลอง และจานวนทอนพนธ ในแตละลา
                                                                                             ุ
                                                                                                      ํ
                                       ํ
                              ่
                                                             ้
            รวม 16 ลํา/แหลง ซึงตองใชไมไผในการทดลองรวมทั้งสิน 64 ลํา
                                     
                                
                                                                                                      ื
                          ั
                                                                                    ั
                                                                                       ุ
                     สาหรบไผซางหมน (Dendrocalamus sericeus) ซึงจะพบการกระจายพนธมากทางภาคเหนอ
                                                                 ่
                      ํ
                                                                                    ํ
                                                                                                     
            และทําการคัดเลือกแหลงพนธจากจงหวัดเชยงใหม 3 แหลง และจากจังหวัดลาปาง 1 แหลง พรอม
                                        ุ
                                                                                                
                                                     ี
                                                                  
                                              ั
                                      ั
            บันทึกขอมลเชนเดียวกนกบไผบงใหญ
                      ู
                                   ั
                                ั
                                                                                                ้
                                                  ู
                      
                                                     ื
                                                                                                ี
                                 ิ
                                   ั
                                      ุ
                     สวนอีก 3 ชนดพนธไดแกไผหมาจ หรอไผหวานอางขาง (Dendrocalamus latiflorus), ไผเลยงหวาน
                                        
            (Bambusa nana) และไผกิมซุง  (B.  beecheyana) ซึ่งเปนไผตางถิ่นนําเขามาปลูกจากตางประเทศ
                                                                                              
                                                                      
                                                                                              
                             
                                         
            อาจกาหนดใหแหลงพนธทีจะใชในการทดลองการขยายพนธเพยง 1-2 แหลง กเพยงพอแลวเนืองจาก
                                    ่
                                                                                
                                                                     ี
                                                                                                 ่
                 ํ
                                                                ั
                                                                                   ็
                                ั
                                                                  ุ
                                                                                      ี
                                   ุ
                                                                              ุ
              
                    ิ
            ตนกําเนดแหลงพันธุ  ทีนาเขามามีจากด ทําใหไมคอยมีขอแตกตางทางพนธในแตละแหลงมากนก
                                                                            ั
                                            ํ
                         
                                 ่
                                  ํ
                                              ั
                                                                                                ั
            สรุปผลการทดลองขยายพันธุไผบงใหญโดยการชาปลอง (ตารางที่ 2)
                                                           ํ
                                     
                                        
                                                              ํ
                         ั
                            ุ
                                      ่
                                                                                             
                      ่
                     กิงพนธไผบงใหญทีไดจาก 4 แหลง จากการชาปลองโดยไมใชสารเรงรากและใชสารเรงราก
                                                                            
            รวมถึงการชํากิงโดยใชสารเรงรากและไมใชสารเรงราก (ภาพที 37) พบวา
                                                                   ่
                          ่
                                                                                        ํ
                                                       
                     1.  จานวนกิงทีแตกแขนงจากการชาปลองโดยไมใชสารเรงรากได 66 กิง (จากจานวน 515 ปลอง)
                                                                
                          ํ
                                   ่
                                                                     
                                                                                 ่
                                ่
                                                                            
                                                   ํ
                                                                                                    
                              ่
                                                                        
            หรืออัตราการแตกกิง 12.81% โดยมีอัตราการแตกกิ่งของแตละแหลงพันธุระหวาง 7.04 -17.09% และ
                                                                 
                                                                                                      ่
                                                                          ่
                          
                    
              
            ใชสารเรงรากได 90 กิง (จากจํานวน 523 ปลอง) หรืออัตราการแตกกิง 17.20% โดยมีอัตราการแตกกิง
                                                    
                                ่
                         
            ของแตละแหลงพันธุระหวาง 8.19 – 28.18%
                   
                                                        32
   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44