Page 67 - การวิจัยด้านวนวัฒน์
P. 67
ในการศึกษาคร้งน้ไดทําการศึกษากลสมบัติ (mechanical properties) สกายสมบัต ิ
ั
ี
่
ั
ู
(physical properties) ลกษณะโครงสราง (anatomy) ของไผทีมีคาทางเศรษฐกิจ เพอเปนขอมลในการ
่
ื
ิ
พจารณาการใชประโยชนไมไผในรูปแบบตางๆ ตอไป โดยไดทําการศึกษาในไผ 4 ชนิด คือ ไผซางหมน
ี
้
(Dendrocalamus sericeus Munro) ไผเลยงหวาน (Bambusa sp.) ไผบงใหญ (Dendrocalamus brandisii Kurz)
และไผหมาจ (Dendrocalamus latiflorus Munro)
ู
้
่
้
ไผซางหมน มกพบในพนทีสงจากระดบนาทะเลที่มีอากาศเยนและชนพอควร มีการกระจายพนธ ุ
ู
ื
ั
ื
ํ
ั
ั
้
็
ิ
ี
ื
ตามธรรมชาตในอินเดย พมา บังคลาเทศ และไทย ในประเทศไทยพบทางภาคเหนอ ภาคตะวันออกเฉียงเหนอ
ื
และภาคตะวันตกตามเทือกเขาตางๆ ไผซางหมนมีลกษณะคลายไผซาง (D. strictus) มาก (สะอาด, 2528)
ั
ไผซางหมนอาจจะมีความสงถึง 18 เมตร และมีลาหนา กาบหุมลาเปนรองๆ ตามยาว ตามขอบมีขนหนา ยาว
ํ
ํ
ู
็
ี
ุ
่
ู
ผิวกาบมีขนแขงขึ้นที่โคน ใบยอดกาบสั้น รปสามเหลยมมมแหลม ใบเปนรปหอก (lanceolate) ขนาดยาว
ู
1.8-2.5 ซม. โคนใบมักจะมัน เรียวทางกานใบ ดานบนใบจะสาก มีขนขางหลังใบ ขอบใบคาย สาก
เสนกลางใบนูน ทองใบเปนมัน เสนลายใบมกมี 6-7 คู กาบโคนใบมกเปนรอง สวนมากหอ มีขนยาวตาม
ั
ั
กานใบไปตลอดกาบ โคนกานปานพองและมีขน กระจงของขอบโคนใบแคบ มีขนยาวขอบหยก ไผซางหมน
ั
ั
ั
ี
่
ํ
สามารถนามาใชประโยชนไดเชนเดยวกบไผซางทัวไป เปนไผขนาดกลางๆ ผางาย ไมมีหนาม ทน จึงใชประโยชน
ื
่
่
ไดกวางขวาง โดยใชทําเครองเรอนเครืองใชตางๆ ทําบวบลองแพ หนอใชเปนอาหารได
ื
ํ
ไผเลียงหวาน เขาใจวาไผเลี้ยงมีถนกาเนดในจีนและญปุน แตเนองจากสามารถปรบตวเขากบ
ั
ิ่
ี
ั
่
ื
่
ิ
ั
้
ู
ี
ี
ี
้
สภาพอากาศไดด จึงมีการปลกไผเลยงอยางแพรหลายในเอเชียเขตรอน เชน อินเดย พมา ไทย มาเลเซีย
สิงคโปร อินโดนีเซีย และฟลิปปนส (สะอาด, 2528) ในไทยน้นมีไผเล้ยงที่แตกตางหลากหลาย คือ
ี
ั
ี
้
็
้
ไผเลยงหวาน ไผเลยงเลก และไผเลยงใหญ ในสวนของไผเลยงหวานนน มีลกษณะพเศษคือ หนอเลก
ี
ั
้
ั
็
้
ี
้
ี
ิ
ั
้
เนือละเอียด เนือในตัน (ประเชิญ, 2548) ไผเลยงหวานมกขึนเปนกอแนน ใบเขียวตลอดป มีความสูง
ี
้
้
้
ู
2-5 เมตร ลามีเสนผาศนยกลางขนาด 1-3 ซม. ปลองยาว 12-30 ซม. ขอเห็นชด กาบหุมลาเมือออนสเขียว
ํ
ั
ํ
ี
่
็
็
ั
ี
้
ื
่
เมือแกขึนสออกเหลอง แขงเหมือนหนง ดานนอกไมมีขน ผิวกาบเปนรองเลกๆ ขอบเรยว กาบยาว 10-15 ซม.
ี
กวาง 5-8 ซม. ใบแยกเปน 2 ชั้น (distichous) ใบยาว 6-20 ซม. กวาง 1.0-1.2 ซม. ใบเปนรูป
linear-lanceolate โคนใบแคบเกือบกลม ปลายใบเรยวแหลม ใบดานบนสีขาวไมมีขน ดานลางมีขนออน
ี
ี
้
ั
ี
ั
ู
เสนกลางใบดานบนเปนรอง ดานลางนนเปนสน ขอบใบสากคายและคม ใบเรยงสลบ ไผเลยงใชประโยชน
ในการเปนไมประดับ ปลูกเปนรว เคร่องจักสาน สวนหนอรับประทานได
ื
ั้
ุ
ั
ื้
ไผบงใหญ มีชอพนเมืองคือไผซางเย็น (เชียงใหม) ไผเปาะ มีการกระจายพนธตามธรรมชาติใน
ื่
้
พมา ลาว เวียดนาม และไทย ในประเทศไทยมกพบทางภาคเหนอ ในปาทีมีความชน ไผบงใหญมกขึน
้
ื
ั
ั
ื
่
ํ
ู
ี
ู
เปนกอ สงประมาณ 20-30 เมตร เสนผาศนยกลาง 12-20 ซม. ความยาวปลอง 30-45 ซม. ลามีสเทา
หรอสเขียวอมเทา ขอเห็นชด กาบหุมลาคลายหนง ดานนอกมีขนสนาตาลคลมบางๆ กาบยาวถึง 60 ซม.
ํ
้
ี
ํ
ี
ั
ุ
ั
ื
ื
ู
กวาง 30-40 ซม. สันกาบหุมลําเล็ก กระจังกาบแคบ ใบยอดกาบรปหอกกวางๆ โคนแคบ แผตรงหรอ
งอพบ ดานในไมมีขน ใบเปนรูป oblong-lanceolate ปลายใบเรียวแหลม โคนใบเกือบกลม ขนาดใบยาว
ั
56

