Page 24 - ไม้สะเดา2562
P. 24
22
่
ปรับปรุงสมบัติในด้านการพองตัวตามความหนาของแผ่นให้ตาลง และต้องเพิ่มค่าความต้านแรง
์
ั
ื
ั
ิ่
ิ
ื
่
ดัด และค่ามอดุลัสยดหยุ่นของแผ่นโดยเพมปรมาณสารเรงการแข็งตวของปูนซีเมนต หรอปรบ
่
้
ื
ุ
่
้
่
ิ้
้
สภาพชนเกล็ดไม้ด้วยกรรมวิธีอื่น เชน แชในนารอน หรอแชในสารเคมี เป็นตน (วัลยทธ และ
คณะ, 2557ข)
ไม้สะเดามีศกยภาพในการนามาผลิตแผ่นใยไม้อัดความหนาแนนปานกลาง ที่ความ
่
ั
้
หนาแนน 750 กก./ลบ.ม. โดยใชกาวยูเรียฟอรมาลดไฮด์ที่มีการปลดปล่อยสารระเหยฟอรมัลดี
่
ี
์
์
้
่
่
ุ
ิ
ิ
ั
ไฮด์ไม่เกิน 5.0 มก./ล. แผ่นที่ไดมีสมบัตที่ดี มีค่าการดูดซึมนาตา แตตองปรบปรงสมบัตในด้าน
้
้
้
้
ั
การพองตวตามความหนาของแผ่นให้นอยลง หากตองการแผ่นที่ไม่มีสารระเหยฟอรมัลดีไฮด์
์
์
ิ่
ี
ควรใช modify starch เป็นสารเชอมแทนกาวยูเรยฟอรมัลดีไฮด์แตตองเพมปริมาณสารที่ใชมาก
่
้
้
้
ื่
ขึ้น เพอเป็นการเพมค่าความต้านแรงดด ความต้านแรงดึงตั้งฉากกับผิวหนา และลดค่าการพอง
ื่
ิ่
ั
้
ตัวตามความหนา (ปิยะวดี และคณะ, 2557ก)
ไม้สะเดาอายุ 16 ปี ท าเป็นไม้บางและแผ่นไม้อัด 3 ชน มีความหนาแน่นของไม้บางอย ู่
ั้
ในระดับ 0.76 กรมต่อลูกบาศก์เซนติเมตร สูงกว่าความหนาแน่นของไม้บางสะเดาเทียม แต่มีค่า
ั
ใกล้เคียงกับไม้บางยางนา เนื้อไม้บางสะเดาที่ได้ค่อนข้างหยาบ มีสีแดงปนนาตาล มีลักษณะ
้
ี้
ั
้
เสียนสน ไม้บางสะเดาจากแก่นมีการหดตวด้านสัมผัสสูงกว่าไม้บางสะเดาจากกระพ (ปิยะวดี
ี้
ั
ิ
และคณะ, 2557ข) ซึ่งการหดตวของไม้บางนเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเกิดตาหนระหว่างการ
ั
อบไม้บาง ไม้บางที่มีการหดตวสูงมักมีแนวโนมที่จะเกิดรอยแตกแยกบนผิวไม้ รอยฉีกขาดบนผิว
้
่
ิ
ไม้บาง เกิดการโค้งงอ ท าให้ผิวและขอบไม้บางมักเป็นลูกคลืน เป็นผลให้คุณภาพในการตดกาว
ของไม้อัดตาลง (มนตรี, 2537) แผ่นไม้อัดสะเดาประเภทการใช้งานภายนอกที่ใช้กาว methylene
่
ุ่
้
diphenyl diisocyanate (MDI) มีค่าความตานแรงดัด ค่ามอดุลัสยดหยน และค่าความตานแรง
ื
้
เฉือนเฉลี่ยผ่านตามเกณฑ์มาตรฐาน (ปิยะวดี และคณะ, 2557ข)
4. ประโยชน์ด้านอื่น
ั
4.1 สกัดท าน้ ามัน เมล็ดของไม้สะเดาจะให้นามันประมาณ 45% ของนาหนก ซึ่ง
้
้
น้ ามันที่ได้รับจะใช้ประโยชน์ในการท าน้ ามันเชื้อเพลิงจุดตะเกียง น้ ามันหล่อลื่นเครื่องยนต
์
4.2 ท าปุ๋ย เนื้อหุ้มเมล็ดในช่วงขณะที่เนาเปื่อยจะให้พวกก๊าซมีเทนสูง ส่วนใบและ
่
ี
่
ิ
้
ี
ุ
ั
กิ่งจะชวยปรบปรงดิน ในประเทศศรลังกา อินเดีย และพม่า นยมใชเป็นปุ๋ยหมักและปุ๋ยอินทรย์
่
ุ
้
้
เศษเหลือของเมล็ดหลังจากคั้นเอานามันไปแล้วใชเป็นปุ๋ยได้เป็นอยางดี เพราะมีธาตอาหาร
ิ
ี้
มากกว่าปุ๋ยหมัก จากคุณสมบัตในข้อนประเทศอินเดียได้มีการนาตนสะเดาเข้าไปปลูกในแถบ
้
ื้
แห้งแล้ง เพื่อช่วยปรับปรุงดินในพนที่แห้งแล้งหลายแห่ง ปรากฏว่าประสบผลส าเร็จเป็นอย่างด ี
4.3 อตสาหกรรมเคมี เปลือกของตนสะเดามีสารจ าพวกนาฝาด (tannin)
้
้
ุ
้
ประมาณ 12-14% จากการศึกษาในประเทศอินเดียพบว่าน้ าฝาดที่ไดจากการสกัดจากต้นสะเดา

