Page 26 - ไม้สะเดา2562
P. 26
24
้
ั
้
โทษของสารสะเดา ซึ่งไดรวบรวมผลงานของนกวิจัยหลายท่านสรุปไดว่า สารสะเดาไม่
่
ิ
่
่
่
้
ู
เป็นภัยตอคน หน และกระตาย แตจะเป็นภัยตอปลาชนด Gambusia sp. และลูกอ๊อด ถ้าใชใน
อัตราความเข้มข้นที่สูงกว่า 0.4%
่
ผลกระทบตอแมลงที่เป็นประโยชน จากรายงานประจ าปี IRRI (Anonymous, 1979) มี
์
่
ิ
รายงานว่า สารสกัดจากสะเดามีพษต่อมวนปีกแก้ว Cyrtorhinus lividganis แต่ไม่เป็นพษตอมวน
ิ
้
ทั้งชนด Microvelia atrotineenta และจากรายงานของ Srivastava and Parmari (1995) ที่ใชนา
ิ
้
้
สกัดจากสะเดาทดลองก าจัดเพลียอ่อนชนด Rhopnloaiglm maidis (Fitch) และ Mefanaghis
ิ
้
่
ี้
่
sacchari (Zehutuer) ในแปลงข้าวฟาง แล้วพบว่าสารสะเดาที่ใชนไม่เป็นภัยตอด้วงเตาและ
่
แมลงวันดอกไม้ ซึ่งเป็นตัวห้ าของเพลี้ยอ่อนแต่อย่างใด
สารสะเดาจะสลายตัวได้ง่ายเมื่อถูกแสงแดดและจะถูกชะล้างจากฝนได้ง่าย ในการใช้จึง
ต้องผสมสารที่ป้องกันแสงแดดไว้ดวย เช่น ใช้ผงถ่านผสมในน้ ามันสะเดาในอัตราส่วน 1% จะช่วย
้
้
้
้
ื
ยดประสิทธิภาพของนามันสะเดา (Saxena) Stoke and Redfern (1982) รายงานว่าถ้าใชนามัน
้
ื
่
้
ื
พช เชน นามันละหุ่งหรอนามันสะเดาผสมกับสารที่ได้จากสะเดาในอัตราส่วน 1 : 5 จะชวยลด
่
การสลายตัวของ azadirachtin จากแสงแดดได ้
R
ั
้
ขวัญชย (2530) ได้ลองใชสารละลายสกัดจากเมล็ดสะเดาผสมกับ Foil เพอป้องกัน
ื่
้
การสลายตวจากแสงแดด ในการป้องกันก าจัดเพลียจักจั่นฝ้าย ซึ่งปรากฏว่าให้ผลดีกว่าการไม่
ั
R
้
ี้
ผสมด้วย Foil นอกจากน Schmutterer et al. (1983) ได้ใชสารสกัดจากสะเดาผสมกับยาจับใบ
Citowett พ่นบนใบข้าวเพื่อให้ติดทนนานยิ่งขึ้น
การศกษาเปรยบเทียบสารสกัดสะเดาไทย (Azadirachta siamensis) ได้แก่ นามัน สาร
้
ึ
ี
้
ุ
ั
ู
่
สกดจากเมล็ด และสารสกัดจากใบ ตอการตายของลกนายงลายบ้านระยะที่ 4 โดยวิธีจุ่มในสาร
้
ั
ทดสอบ ความเข้มข้นในการทดสอบเป็นแบบเจือจางเป็นล าดับ ทดสอบกับลูกนา 25 ตว การ
ั
ั้
้
ทดลองทั้งหมดท าซ ้า 4 ครง ใชนากลั่นเป็นตวควบคุม การทดสอบพบว่าความเข้มข้น 0.16 %
้
ู
ของน ้ามัน และความเข้มข้น 0.8 % ของสารสกัดเมล็ดท าให้ลกน ้ายุงลายบ้านระยะที่ 4 ตาย 100
% ในระยะเวลา 48 ชวโมง ไม่มีการตายเกิดขึ้นในกลุ่มควบคุม สารสกัด สะเดาไทยที่มีผลต่อการ
ั่
้
้
้
ตายของลูกนาดีที่สุดคือนามันสะเดาไทยมีค่าความเข้มข้นตอการตายของลูกนา LC50 และ
่
LC90 ที่เวลา 48 ชั่วโมงเท่ากับ 0.0139 % และ 0.1277 % รองลงมาคือสารสกัดเมล็ดสะเดาไทย
ซึ่งมีค่าดังกล่าวเท่ากับ 0.2000 % และ 0.5087 % ส่วนสารสกัดใบสะเดาไทยมีค่าดังกล่าว
ั
ี้
ิ
เท่ากับ 1.5147 % และ 6.3547 % นอกจากนยังพบว่าสะเดาไทยสามารถยบยั้งการเจรญเติบโต
ท าให้ระยะการเป็นลูกนาและตวโม่งยาวนานขึ้น อีกทั้งท าให้เกิดความพการในแตละระยะที่
้
ิ
ั
่
ั
์
ั้
้
ั
้
พฒนาจากลูกนาไปเป็นตัวโม่ง และยงเป็นสารยบยงการกินอาหารของลูกนาอีกด้วย (รมยนลิน
ั
และคณะ, 2555)

