Page 25 - ไม้สะเดา2562
P. 25
23
ิ
้
ใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าน้ าฝาดที่ได้จากพืชชนดอื่น นามันที่ได้จากสะเดานิยมใช้ในการท าสบู่ ผสมยา
ี้
รักษาโรคและเครื่องส าอาง นอกจากน เปลือกสะเดาให้สีแดงใช้ในการย้อมผ้า
ู
ั
้
การทดลองใชสารสกัดทางชีวภาพ (สะเดา) ในการป้องกันรกษาเนื้อไม้ยคาลิปตัส อายุ
ั
ู
5 ปี และไม้สะเดา อาย 7 ปี ในท้องที่จังหวัดยโสธร พบว่า ไม้ยคาลิปตสและสะเดา หลังการแช ่
ุ
ั
ด้วยสารสกัดทางชวภาพ มีลวดลายสวยงาม เด่นชดขึ้น ไม่เกิดการเสียดสี มีกลินของสารสะเดา
ี
่
้
ี
เล็กนอย ความสามารถในการดูดซับสารสกัดทางชวภาพในสภาวะสดและหลังการอบแห้ง
ิ่
ิ
ิ่
เพมขึ้นตามระยะเวลาที่เพมขึ้น ปรมาณการดูดซับสารสกัดทางชวภาพในแตละชวงเวลามีความ
่
่
ี
ั
ึ
แตกตางอยางมีนยส าคัญยงทางสถิต การดูดซับสารสกัดทางชวภาพในสภาวะหลังการอบแห้ง
่
ิ
่
ิ่
่
ู
ั
ู
ดีกว่าในสภาวะสดทั้งของไม้ยคาลิปตสและไม้สะเดา แตการดูดซับของไม้สะเดาสูงกว่าไม้ยคา
ั
ั
ลิปตสทั้งในสภาวะสดและสภาวะหลังการอบแห้ง ส่วนความสามารถในการรกษาเนื้อไม้พบว่า
ั
ิ
ในระยะเวลา 4 เดือน ไม้สะเดายังไม่พบการท าลายของเชื้อราและศตรูไม้ชนดอื่นทั้งไม้ที่ผ่านและ
ไม่ผ่านการแช่สารสกัดทางชีวภาพ ส่วนไม้สะเดาที่มีเปลือกพบว่า ไม้ที่ฝังดินครึ่งท่อน เมื่อเวลา
ั
ผ่านไป 1 สัปดาห์ จะมีปลวกท ารงขึ้นปกคลุมไม้ทั้งหมด 67 เปอรเซ็นตของไม้ทดลองทั้งหมด
์
์
ส่วนไม้ที่มีเปลือกวางสัมผัสดิน จะมีปลวกท ารงขึ้นปกคลุมไม้ทั้งหมด 50 เปอรเซ็นตของไม้
์
์
ั
่
ั
ทดลองทั้งหมด ส าหรบไม้ที่วางบนผิวปูนจะมีราที่ท าให้เกิดการเสียดสีขึ้นตรงชวงกลางที่เป็น
ี้
กระพทั้งหมดของไม้ทดลอง หลังเวลาผ่านไป 2 สัปดาห์ ปลวกและเชื้อราน้อยลง (สุรัต, 2548)
ิ
4.4 เป็นสารป้องกันก าจัดศัตรูพืช เรมศกษาค้นคว้าในเรองนในประเทศอินเดีย
ิ่
ึ
ี้
ื่
ึ
ั้
เมื่อปี 1982 หลังจากนนเป็นตนมาก็มีการศกษาในด้านเคมี โดยการสกัดและวิเคราะห์และ
้
ทดสอบสารจากส่วนต่างๆ ของต้นสะเดากับแมลงชนิดต่างๆ จนถึงปัจจุบันได้แพร่หลายไปทั่วโลก
ึ
ั้
ิ
ู่
จากการศกษารวบรวมของฉวีวรรณ (2530) พบว่าสารพษที่ผสมกันอยในสะเดานนมี
หลายชนด เช่น azadirachtin, nimbidin, nimbin ฯลฯ และในปี ค.ศ. 1984 Kubo และคณะได้สกัด
ิ
ั้
ั
สาร deacetylazadirachtiuol จากเมล็ดสะเดา เป็นสารที่ยบยงการกินและการลอกคราบของ
้
ี้
้
แมลง วิธีการใชสารพษนที่ง่ายที่สุดคือ ใชเมล็ดสะเดาตาในครกให้แหลก ห่อผ้าขาวบางไว้แล้ว
ิ
้
่
้
่
น าไปแช่นา 1 คืน รอให้ส่วนของเมล็ดทีผ่านผ้าขาวบางออกมานอนก้นแล้วเทเอาแตน้ าไปใช กาก
้
ื
่
้
ิ
เมล็ดที่ไดนาไปใสดิน ใชไล่แมลงในดินและเป็นปุ๋ยกับพชได้ อัตราส่วนที่กรมส่งเสรมการเกษตร
แนะน าคือ เมล็ดสะเดาสด 1 กิโลกรัม ต่อน้ า 1 ปีบ วิธีนเป็นวิธีที่สะดวกกับเกษตรกรมาก
ี้
ิ
ั
ส่วนพษจากสะเดาสามารถใชกับแมลงได้หลายชนด ตามที่นกวิจัยตางๆ ได้ค้นคว้าไว้
ิ
้
่
ี้
ดังน เพลี้ยอ่อน เพลี้ยกระโดดสีเขียวข้าว แมลงหวี่ขาวยาสูบ มอดแป้ง มอดข้าวโพด ด้วงถั่วเขียว
่
ด้วงหมัดหนอน ผีเสื้อกินใบส้ม ด้วงเตา จิ้งหรีด ตั๊กแตน หนอนม้วนใบข้าว หนอนเจาะสมอฝ้าย
้
แมลงวันผลไม้ และอื่นๆ อีกเป็นจ านวนมาก นอกจากใชจ ากัดแมลงแล้วยังใชก าจัดไสเดือนฝอย
้
้
ในดินได้อีกด้วย

