Page 496 - SRT RP_Final Report_221107
P. 496
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
(3) ข้อความที่แสดงสรรพคุณที่เป็นการรักษาโรคหรือมิใช่จุดมุ่งหมายเป็นเครื่องสำอาง
(4) ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกาม
(5) ข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรงหรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือ
ศีลธรรมหรือนำไปสู่ความเสื่อมเสียในประเพณีและวัฒนธรรมอันดีของชาติ
(6) ข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยกหรือเสื่อมเสียความสามัคคในหมู่คณะ
ี
(7) ข้อความอย่างอื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
ข้อความที่ใช้ในการโฆษณาที่บุคคลทั่วไปสามารถรู้ได้ว่าเป็นข้อความที่ไม่อาจเป็นความ
จริงได้โดยแน่แท้ ไม่เป็นข้อความที่ต้องห้ามโฆษณาตามวรรคสอง (1)”
• มาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ ได้กำหนดเรื่องวิธีการโฆษณา โดยสรุปไว้ว่า
ั
“การโฆษณาจะต้องไม่กระทำด้วยวิธีการอันอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายหรือจิตใจ หรือขัดต่อศีลธรรมอน
ดีงามของประชาชน หรืออันอาจก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้บริโภค”
(2) วิเคราะห์ผลกระทบทางกฎหมาย
ความหมายของนิยามคำว่า “เครื่องสำอาง” ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ หมายความ
ว่า วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้ทา ถู นวด หรือกระทำด้วยวิธีอื่นใดกับส่วนภายนอกร่างกาย รวมถึงการใช้กับฟันและ
ช่องปาก โดยมีวัตถุประสงค์เพอความสะอาด ความสวยงาม หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะที่ปรากฏหรือระงับกลิ่นกาย
ื่
หรือปกป้องดูแลส่วนต่าง ๆ นั้นให้อยู่ในสภาพดี แต่ไม่รวมถึงเครื่องประดับและเครื่องแต่งตัวซึ่งเป็นอุปกรณ์
ภายนอกร่างกาย รวมทั้งคำว่า “โฆษณา” หมายความว่า การกระทำไม่ว่าโดยวิธีใด ๆ ให้ประชาชนเห็น ได้ยิน หรือ
ทราบข้อความ เพื่อประโยชน์ทางการค้า โดยคำว่า “ข้อความ” หมายความรวมถึง การกระทำให้ปรากฏด้วย
ตัวอักษร ภาพ ภาพยนต์ แสง เสียง เครื่องหมายหรือการกระทำอย่างใด ๆ ที่ทำให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าใจ
ความหมายได้ ดังนั้น ตามนัยที่ปรากฏข้างต้น จึงส่งผลให้การโฆษณาเครื่องสำอางในพื้นที่ของการรถไฟฯ อาจตก
อยู่ภายใต้หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการโฆษณาเครื่องสำอางตามนัยที่กำหนดใน พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ ซึ่งส่งผลให้
ผู้เช่าพื้นที่ และ/หรือ การรถไฟฯ ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ ข้างต้นด้วย
(3) แนวทางในการดำเนินงาน
การรถไฟฯ อาจพิจารณากำหนดคุณสมบัติของผู้เช่าพื้นที่เพื่อการโฆษณาเครื่องสำอางด้วยความ
้
รอบคอบ และตรวจสอบไม่ให้การโฆษณาดังกล่าวมีขอความที่มีลักษณะที่ถือเป็นข้อความที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อ
432

