Page 491 - SRT RP_Final Report_221107
P. 491
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
ทั้งนี้ การรถไฟฯ อาจกำหนดคุณสมบัติให้บุคคลที่จะเข้ามาเป็นคู่สัญญาตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
หรือสัญญาร่วมลงทุน โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาว่าการโฆษณาสินค้า
ภายใต้สัญญาดังกล่าวไม่เป็นการฝ่าฝืนและเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ กำหนดอย่างถูกต้อง
และครบถ้วนเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่จะทำการโฆษณา และ/หรือ ในขณะยื่นซองเสนอราคาหรือก่อนเข้าสัญญา ตาม
22
หลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ และ/หรือ กำหนดให้คู่สัญญาที่จะเข้าทำ
สัญญากับการรถไฟฯ ทำคำรับรองว่า การโฆษณาสินค้านั้นจะไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย และได้ปฏิบัติตามตาม
หลักเกณฑ์ที่ พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ กำหนดอย่างถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
12.3.3.3 พระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 (“พ.ร.บ. อาหารฯ”) และประกาศสำนักงานคณะกรรมการ
อาหารและยา เรื่อง หลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร พ.ศ. 2561 (“ประกาศคณะกรรมการฯ”) ที่ออก
ตามความมาตรา 4 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 แห่ง พ.ร.บ. อาหารฯ
(1) บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
• มาตรา 40 แห่งพ.ร.บ. อาหารฯ ได้กำหนดเรื่องข้อห้ามในการโฆษณาอาหาร โดยสรุปไว้
ว่า “ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จหรือเป็นการหลอกลวงให้เกิด
ความหลงเชื่อโดยไม่สมควร”
• มาตรา 41 แห่งพ.ร.บ. อาหารฯ ได้กำหนดเรื่องการอนุญาตโฆษณาอาหาร โดยสรุปไว้ว่า
“ผู้ใดประสงค์จะโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ทาง
ฉายภาพ...หรือด้วยวิธีอื่นใด เพื่อประโยชน์ในทางการค้า ต้องนำเสียง ภาพ ภาพยนต์ หรือข้อความที่จะโฆษณา
ดังกล่าวนั้นให้ผู้อนุญาตตรวจพิจารณาก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะโฆษณาได้”
• ข้อ 3 แห่งประกาศคณะกรรมการฯ ได้กำหนดหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร โดยสรุปไว้
ว่า “การโฆษณาอาหารต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่มีลักษณะที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือข้อความที่อาจก่อให้เกิด
ผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนร่วม ดังต่อไปนี้
(1) ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีวัตถุในอาหารหรือเป็นส่วนประกอบของอาหารซึ่งความ
จริงไม่มี หรือมีแต่ไม่เท่าที่ทำให้เข้าใจตามที่โฆษณา
ื
22 มาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคฯ “ผู้ประกอบธุรกิจผู้ใดสงสัยว่าโฆษณาของตนจะเป็นการฝ่าฝืนหรอไม่เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ผู้
ประกอบธุรกิจผู้นั้นอาจขอให้คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาพิจารณาให้ความเห็นในเรื่องนั้นก่อนทำการโฆษณาได้ ในกรณีนี้คณะกรรมการว่า
ด้วยการโฆษณาจะต้องให้ความเห็นและแจ้งให้ผู้ขอทราบภายใน 30 วันนับแต่วันที่คณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาได้รับคำขอ ถ้าไม่แจ้งภายใน
ระยะเวลาที่กำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าคณะกรรมการว่าด้วยการโฆษณาให้ความเห็นชอบแล้ว...”
427

