Page 495 - SRT RP_Final Report_221107
P. 495
รายงานฉบับสมบูรณ์ (Final Report)
นอกจากนี้ หากเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพหรือสรรพคุณของอาหารที่ไม่มีข้อความ
ต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ 3 และข้อ 4 แห่งประกาศคณะกรรมการฯ ประกอบมาตรา 40 แห่งพ.ร.บ. อาหารฯ
การรถไฟฯ ต้องดำเนินการขออนุญาตโฆษณาอาหารเสียก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงจะสามารถทำการโฆษณา
ดังกล่าวได้ ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการฯ ประกอบมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ. อาหารฯ
(3) แนวทางในการดำเนินงาน
การรถไฟฯ ต้องพิจารณากำหนดคุณสมบัติของผู้เช่าพื้นที่เพื่อการโฆษณาสินค้าด้วยความรอบคอบ
และตรวจสอบไม่ให้การโฆษณาดังกล่าวมีข้อความที่มีลักษณะต้องห้ามโฆษณาอาหารตามที่กำหนดในข้อ 3 และ 4
แห่งประกาศคณะกรรมการฯ และหากเป็นการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร
การรถไฟฯ ต้องได้รับอนุญาต หรือจัดการให้ผู้เช่าพื้นที่ได้รับอนุญาตให้โฆษณาอาหารก่อนที่จะมีการดำเนินการ
โฆษณาดังกล่าว ทั้งนี้ เป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 6 แห่งประกาศคณะกรรมการฯ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาใน
อนาคต อันอาจส่งผลให้แผนการฟื้นฟูกิจการในส่วนนี้คลาดเคลื่อน ล่าช้า หรือไม่บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่วางไว้
นอกจากนี้ การรถไฟฯ อาจให้คู่สัญญาที่จะเข้าทำสัญญากับการรถไฟฯ ให้คำรับรองว่า การโฆษณา
อาหารดังกล่าวนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนและได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดใน พ.ร.บ. อาหารฯ ประกาศคณะ
กรรมการฯ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องและครบถ้วนแล้ว
12.3.3.4 พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 (“พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ”)
(1) บทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง
• มาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ. เครื่องสำอางฯ ได้กำหนดเรื่องการโฆษณาเครื่องสำอาง โดยสรุป
ไว้ว่า “การโฆษณาเครื่องสำอางต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสีย
ต่อสังคมเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ ไม่ว่าข้อความดังกล่าวนั้นจะเป็นข้อความที่เกี่ยวกับแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพ
ปริมาณ หรือลักษณะของเครื่องสำอาง
ข้อความดังต่อไปนี้ ถือว่าเป็นข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือเป็นข้อความที่อาจ
ก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม
(1) ข้อความที่เป็นเท็จหรือเกินความจริง
(2) ข้อความที่จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะ
กระทำโดยใช้หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง หรือไม่ก็
ตาม
431

