Page 46 - วิจัยในชั้นเรียน.พละ.ม.3-วอลเลย์บอล-RD1
P. 46
- 41 -
16 เด็กหญิงจิราวดี เจริญดี 15 15
17 เด็กหญิงจรัสศรี ระยาย้อย 11 12
18 เด็กหญิงณัฐธยาน์ อาจหนองหว้า 12 16
19 เด็กหญิงน้ำฝน แท่นชัยสงค์ 13 15
20 เด็กหญิงรุ่งทิวา แซ่เตีย 12 14
21 เด็กหญิงรุจิรา ครุฑนางรอง 12 14
22 เด็กหญิงลาน - 12 15
23 เด็กหญิงวิภาวรรณ ชายหาด 13 16
24 เด็กหญิงสมออย ตวน 11 13
25 เด็กหญิงอนงค์นาฎ หาศิล 15 16
ค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนน 14.07 15.14
ผลต่างคะแนนพัฒนาการ +1.07
ร้อยละของคะแนนที่เพิ่มขึ้น +7.60%
จากตารางที่ 2 เปรียบเทียบคะแนนสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ผลปรากฎว่านักเรียนทุกคน
มีผลคะแนนที่ดีขึ้นหลังจากใช้แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนในภาพรวม ซึ่งมีค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนก่อน
เรียนเป็น 14.07 คะแนน และค่าเฉลี่ยผลรวมคะแนนหลังเรียนเป็น 15.14 คะแนน และมีค่าผลต่างคะแนน
พัฒนาการ +1.07 คะแนน ซึ่งผลการวิจัยนี้จะช่วยยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาของนักเรียนให้สูงขึ้น
ได้ต่อไป
ตารางที่ 3 ประสิทธิภาพของการทำแบบฝึกทกษะตามเกณฑ์ 80/80
ั
จำนวนนักเรียน คะแนนแบบฝึกทักษะ (E1) คะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (E2)
ค่าคะแนนเฉลี่ย(คะแนนเต็ม) ร้อยละ ค่าคะแนนเฉลี่ย(คะแนนเต็ม) ร้อยละ
25 คน 87.81 87.81 35.05 87.62
ั
จากตารางที่ 3 พบว่าประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะที่สร้างขึ้นมีค่าเท่ากบ 87.81/87.62 หมายความว่า
แบบฝึกทักษะทำให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้เท่ากับ 87.81 และมีประสิทธิภาพทางการเรียนรู้หรือ
ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ในการเปลี่ยนแปลงผลการเรียนรู้ของนักเรียนเท่ากับร้อยละ 87.62 แสดงว่าแบบ
ฝึกทักษะ มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 ตามวัตถุประสงค์ของการวิจัย และสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้
อย่างมีประสิทธิภาพ
ตารางที่ 4 การวิเคราะห์ความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิต่อแบบทดสอบที่ใช้ในการเรียนการสอน
ประมาณค่าความ ค่า
คิดเห็นของ IOC แปลผล
รายการขอความคิดเห็น
ผู้ทรงคุณวุฒิคนที่
1 2 3
1. ความสอดคล้องเหมาะสมกับหลักสูตร +1 +1 0 0.7 ใช้ได้
2. ความสอดคล้องเหมาะสมกับธรรมชาติวิชา +1 0 +1 0.7 ใช้ได้
3. ความสอดคล้องเหมาะสมกับวัยของผู้เรียน +1 +1 +1 1.0 ใช้ได้

