Page 407 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 407
5
ุ
ุ
ิ
ี
H5 : ตัวช้วัดในการวัดผลเชงดลยภาพในมมมองทางกระบวนการภายในด้านอัตราหมนเวียนของ
ุ
ู
ื
ิ
สนค้าคงเหลอ (Inventory Turnover) ส่งผลต่อมลค่าหลักทรพย์ตามราคาตลาด (Market
ั
Capitalization)
ุ
ุ
้
H6 : ตัวช้ ีวัดในการวัดผลเชงดลยภาพในมมมองทางการเรยนรและเตบโตด้านภาระผูกพัน
ิ
ี
ิ
ู
ผลประโยชน์พนักงาน (Employee Benefits) ส่งผลต่อมลค่าหลักทรพย์ตามราคาตลาด (Market
ั
ู
Capitalization)
ั
้
แนวคิด ทฤษฎี และผลงานวิจยที่เกี่ยวของ
่
การด าเนนงานเชงดลยภาพ Balanced Scorecard (BSC) เปนแนวคดทเกิดจาก Robert Kaplan อาจารย์
ุ
ิ
็
ิ
ี
ิ
ี
ู
ึ
่
็
ี
ิ
่
ึ
จากมหาวิทยาลัย Havard และ David Norton ซงเปนทปรกษาทางด้านการจัดการ โดยทั้งค่ได้ตพิมพ์แนวคด
ี
Balanced Scorecard ในวารสาร Havard Business Review ในป 1992 Kaplan และ Norton ได้เสนอแนวทางใน
ิ
ิ
ิ
การประเมนผลการปฏบัตงานขององค์กรโดยให้ความส าคัญทั้งตัวช้วัดด้านการเงน (Financial Measures) และ
ิ
ี
ี
ี่
ี
ุ
็
่
ตัวช้วัดทไม่ใช่ด้านการเงน (Non-Financial Measures) รวมถงตัววัดทเปนเหต (Performance Drivers) และตัววัด
ิ
ึ
็
ี่
ิ
ทเปนผล (Performance Outcomes) โดยม่งเน้นทั้งผลในระยะสั้นและระยะยาว และได้ให้ค านยามของ Balanced
ุ
่
่
ิ
ื
ี
Scorecard (BSC) ว่าเปนเครองมอในด้านการบรหารทช่วยให้องค์กรสามารถบรหารกลยุทธโดยผ่านทางการ
ิ
์
็
ื
ิ
ิ
็
ิ
วัดผลการปฏบัตงาน (Samir and Subrata, 2006) โดยการวัดผลการปฏบัตงานแบบเดมเปนการบรหารเชงควบคม
ิ
ุ
ิ
ิ
ิ
ื
ิ
ุ
(Management by Controls) เชอว่า การควบคมจะท าให้การด าเนนงานเข้มแข็งจนอาจละเลยความสามารถในการ
่
ึ
่
็
แข่งขัน การบรหารในลักษณะน้จงมักหวังผลในระยะสั้น (Short term performance) ซงใช้ตัวเลขทางการเงนเปน
ึ
ิ
ิ
ี
ุ
ื
ตัววัดผล (Finance measure) เช่น ดอัตราการเตบโต ความสามารถในการท าก าไร และความเสยงทผู้ถอห้นจะ
่
ู
่
ิ
ี
ี
ี
ถอนห้น ส่งผลให้ละเลยส่งทมคณค่าต่อการด าเนนงานระยะยาว (Long term performance) ทั้งในด้านคณค่าของ
ิ
่
ุ
ุ
ิ
ี
ุ
ลกค้า ผู้ผลต ผู้ขาย พนักงาน เทคโนโลยี และนวัตกรรม (Niven, 2003)
ู
ิ
ื
ี
่
่
ิ
การพัฒนาองค์กรให้เตบโตอย่างต่อเนองและยั่งยืนนั้น ในระหว่างการพัฒนาจ าเปนอย่างยิ่งทจะต้อง
็
ื
็
มการวัดผลการด าเนนงานขององค์กรเพือท าให้ทราบสถานภาพขององค์กรได้ตลอดเวลา ซงเปนการเชอมต่อ
่
ึ
่
ิ
่
ี
ิ
ี
ิ
่
ิ
ระบบการบรหารทั่วทั้งองค์กรได้อย่างต่อเนองและเปนระบบ อันจะน าไปส่การด าเนนงานทมประสทธภาพ
ี
็
ิ
่
ู
ื
ู
สงสด (Olve, Roy and Wetter, 1999)
ุ
ู
ั
ส าหรบประเทศไทย ได้น าแนวทางการปฏรประบบราชการไทยซงอาศัยแนวคดการจัดการ
ิ
่
ิ
ึ
็
ิ
ภาคเอกชนสมัยใหม่มาเปนแนวทางในการบรหารราชการโดยก าหนดเปนแผนยุทธศาสตร ในการพัฒนาระบบ
์
็
ี่
ี
ี
ื่
ราชการไทย (พ.ศ.2546-2550) โดยก าหนดยุทธศาสตรท 1 เรองการปรบเปลยนกระบวนและวิธการท างาน
่
์
ั
ี
่
ื
ึ
ี
่
ี
ิ
ิ
มาตรการทก าหนดไว้อย่างหนงคอให้มการปรบปรงระบบการประเมนผลการด าเนนงาน โดยต้องมการเจรจาตก
ั
ุ
ิ
ลงว่าด้วยผลงานประจ าป มการตดตามประเมนผลงานทกส้นป เพือให้สอดรบกับแผนยุทธศาสตรและแผน
ิ
ี
ี
ุ
่
ั
์
ิ
ี
388

