Page 674 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 674
ั
่
ี
ิ
์
ื
ื
ได้รบผลประโยชนจากเงนทตนได้รบมา เพราะผู้ให้กู้ยืมหรอผู้ฝากเงนนั้นจะไม่สามารถตดตามหรอบังคับ
ิ
ิ
ั
ี
ี
ี
ี
็
ี
่
ี
ให้มการชําระหน้ได้ ทั้งน้กิจการทมลักษณะดังกล่าวได้มการแพร่ขยายออกไปอย่างรวดเรว หากปล่อยให้ม ี
ิ
ุ
การดําเนนธรกิจต่อไปอาจก่อให้เกิดผลร้ายต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศจึงมีความจําเป็นที ่
ื
่
่
ี
ี
้
จะต้องมกฎหมายและมาตรการทางกฎหมายทเด็ดขาด เพอใช้ในการปองกันและปราบปรามการกระทําใน
ู
ุ
่
ี
่
16
ี
ลักษณะดังกล่าวและเพือค้มครองประชาชนทอาจได้รบความเสยหายจากการถกหลอกลวง
ั
ื
ิ
ี
และมการบัญญัตบทกําหนดโทษไว้ในมาตรา 12 ความว่า ผู้ใดกระทําความผิดตามมาตรา 4 หรอ
ี
ุ
ั
ั
มาตรา 5 ต้องระวางโทษจําคกตั้งแต่ห้าปถงสบป และปรบตั้งแต่ห้าแสนบาทถงหนงล้านบาท และปรบอกไม่
ี
่
ิ
ึ
ี
ึ
ึ
่
ื
ึ
่
่
ื
่
เกินวันละหนงหมนบาทตลอดเวลาทยังฝาฝนอยู่
ี
พระราชบญญัติปองกนและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542
ั
้
ั
่
ความผิดเกียวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 343 ) หรอความผด
ื
ิ
ิ
ู
็
ู
ี
่
็
ตามกฎหมายว่าด้วยการก้ยืมเงนทเปนการฉ้อโกงประชาชน นั้นเปนความผิดมลฐานตามพระราชบัญญัต ิ
17
ิ
่
ปองกันและปราบปรามการฟอกเงน พ.ศ. 2542 ซึ่งความผิดมูลฐาน คือ ความผิดทีก่อให้เกิดรายได้ซึ่งผิด
้
่
ู
ี
ี
ื
ิ
ิ
ั
กฎหมาย และรายได้หรอทรพย์สนทได้จากการกระทําความผิดดังกล่าวจะถกนําไปฟอกเงนต่อด้วยวธการ
ิ
ื
ี
ั
่
่
ต่าง ๆ เช่น ปดบัง ซ่อนเรน เปลยนสภาพหรอลักษณะของทรพย์สิน เพือปิดบังความผิดและแหล่งทีมาของ
ิ
่
้
ั
ั
ิ
ี
ู
ิ
ิ
ี
ื
18
ทรพย์สน ทั้งน้เพอให้ผู้กระทําความผิด และทรพย์สนนั้นรอดพ้นจากการถกดําเนนคดตามกฎหมาย และ
่
ิ
้
ในมาตรา 5 พระราชบัญญัตปองกันและปราบปรามการฟอกเงน พ.ศ. 2542 สามารถแยกองค์ประกอบของ
ิ
ิ
ี
การกระทําความผิดฐานฟอกเงนได้ ดังน้
ื
่
1) ผู้ใดโอน รบโอน หรอเปลยนสภาพทรพย์สนทเกียวกับการกระทําความผิดเพอซกซ่อนหรอ
ั
ุ
ั
ี
่
ื
ิ
่
่
ื
ี
ิ
่
ั
ปกปดแหล่งทมาของทรพย์สนนั้น หรือเพือช่วยเหลือผู้อืน ไม่ว่าก่อน ขณะหรือหลังการกระทําความผิด มิให้
่
ี
่
ิ
ื
ั
ื
ต้องรบโทษหรอรบโทษน้อยลงในความผิดมลฐาน หรอ
ู
ั
ื
่
่
2) กระทําด้วยประการใด ๆ เพอปกปดหรออําพรางลักษณะทแท้จรงของการได้มา แหล่งทตั้ง
ี
ี
ื
ิ
่
ิ
่
การจําหน่าย การโอน การได้สิทธิใด ๆ ซึ่งทรัพย์สินทีเกียวกับการกระทําความผิด
่
่
ิ
ื
้
และในเรองบทลงโทษตามพระราชบัญญัตปองกันและปราบปรามการฟอกเงน พ.ศ. 2542 น้ ี
ิ
ี
กําหนดไว้ในมาตรา 60 ให้ผู้ทกระทําความผิดฐานฟอกเงนต้องระวางโทษจําคกตั้งแต่ 1 ป ถง 10 ปี หรือ
ุ
่
ึ
ิ
ี
ปรบตั้งแต่สองหมนบาทถงสองแสนบาท หรอทั้งจําทั้งปรบ
ื
ื
่
ึ
ั
ั
พระราชบญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547
ั
ิ
ึ
ในพระราชบัญญัตน้จะกล่าวถงกฎหมายทให้อํานาจพนักงานสอบสวนคดพเศษ กรมสอบสวน
ิ
ี
ี
ี
่
ี
ิ
็
คดพเศษในการดําเนนคดความผดทางอาญาในคดทเปนคดีพิเศษ ซึ่งความผิดเกียวกับการกู้ยืมเงินทีเป็นการ
ี
่
ี
ิ
ิ
่
่
ี
ี
่
ี
่
ิ
16 พระราชกําหนดการกู้ยมเงนทเปนการฉ้อโกงประชาชน พ.ศ.2527, ราชกิจจานเบกษา เล่ม 101 ตอนท 164 ฉบับ
ื
ุ
็
ิ
ิ
พเศษ (12 พฤศจกายน 2527).
ี
17 สรพล ไตรเวทย์,อ้างแล้ว เชงอรรถท 11, น.76.
ุ
่
ิ
ิ
18 เพ่งอ้าง, น.69.
655

