Page 863 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 863
6
่
ิ
ิ
์
ี
ี่
ิ
ึ
ระบบกฎหมายซวิลลอว์ ต้องอาศัยกฎหมายลายลักษณอักษรทตราโดยฝายนตบัญญัตเปนหลักความส าคัญจง
็
อยู่ทตัวบทมาตรา การตความวางหลักเกณฑ์ของความผิดจะต้องมาจากตัวบทมาตรานั้น หลักการส าคัญอยู่
่
ี
ี
12
ี
ี
ี
สองประการคอ ประการแรกหลักการตความตามตัวอักษร ทเรยกว่า Grammatical (Literal) จากค าพิพากษา
ื
่
ี
ี
่
ี
ิ
ี
่
็
์
ของศาล แต่ก็มกฎหมายอาญาทเปนลายลักษณอักษรทเรยกว่า “statute” เพื่อบัญญัตความผิดไว้ให้ชัดเจน
ฉะนั้นการทจะทราบว่าการกระท าอย่างไรจะเปนความผิดอาญา จงต้องอาศัยการศกษาค าพิพากษาของศาลท ่ ี
็
ึ
่
ึ
ี
ี
่
ได้ตัดสนไว้เปนแบบแผน ประการทสอง หลักการตความตามเจตนารมณของกฎหมาย ทเรยกว่า Logical
็
ี
ิ
์
ี
ี่
ิ
Interpretation ส่วนการตความกฎหมายอาญาของระบบคอมมอนลอว์ ซงมได้เปนกฎหมายลายลักษณ ์
็
13
ี
่
ึ
็
ี
่
ี
ี
่
อักษร แต่เปนหลักกฎหมายทเกิดจากค าพิพากษาของศาล แต่ก็มกฎหมายอาญาทเปนลายลักษณอักษรท ่ ี
์
็
่
็
่
เรยกว่า “statute” เพือบัญญัตความผิดไว้ให้ชัดเจน ฉะนั้นการทจะทราบว่าการกระท าอย่างไรจะเปนความผิด
ี
ี
ิ
อาญา จงต้องอาศัยการศกษาค าพิพากษาของศาลทได้ตัดสนไว้เปนแบบแผน
ึ
็
ิ
ึ
ี่
์
ี
ประเทศไทย การตความกฎหมายตามตัวอักษรและตามเจตนารมณของกฎหมายนั้นๆ แต่
ื
ี
ี
กฎหมายอาญามหลักการตความหมายพิเศษเพิ่มข้นอก นั่นคอ กฎหมายอาญาต้องตความโดยเคร่งครด เพื่อ
ึ
ี
ั
ี
็
ั
14
ึ
เปนหลักประกันว่าประชาชนผู้อยู่ภายใต้การใช้บังคับกฎหมายจะได้รบความเปนธรรมซงจะแยกพิจารณา
่
็
ิ
(1) การตความตามตัวอักษรตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 2 บัญญัตว่า “บคคลจักต้องรบโทษในทาง
ั
ี
ุ
ื
ี
ี
อาญาต่อเมอ...” (2) การตความตามเจตนารมณ ในบางกรณการตความกฎหมายอาญาตามตัวอักษรแต่เพียง
่
์
ี
ุ
ี
ี
ิ
่
ี
อย่างเดยว ยังไม่อาจท าให้เข้าใจความหมายทแท้จรงของบทบัญญัตแห่งกฎหมายได้ ด้วยเหตน้ (3) การ
ิ
ตความกรณเปนทสงสัย หรออาจตความได้เปนหลายนัย ศาลจะตความตามนัยทเปนประโยชน์หรอเปนผลด ี
ี
ี่
็
็
ื
ี
็
ี
็
ี
ื
ี่
ั
ี
ี
่
ื
ี
แก่จ าเลยได้หรอไม่เพียงใด (4) การเทยบบทกฎหมายทใกล้เคยงอย่างยิ่งส าหรบการใช้บังคับกฎหมายอาญา
ี
ิ
็
่
ี
ี
ี
นั้น การตความบทบัญญัตกฎหมายจะน าหลักการเทยบบทกฎหมายทใกล้เคยงอย่างยิ่ง มาใช้บังคับเปน
ิ
้
็
ื
้
ผลรายมได้ (5) หากขยายความในตัวบทออกไปจะเปนผลรายแก่จ าเลยหรอผู้ต้องหาเท่านั้น
็
ึ
ื
ี
ไม่หมายความถงการตความโดยขยายความในเมอเปนความประสงค์ของตัวบทกฎหมายนั้นๆ ได้
่
2.3 หลักการก าหนดความรบผิดและโทษในทางอาญา
ั
หลักเกณฑ์หรอข้อก าหนดของการพิจารณาโครงสรางความรบผิดของกระท าผิดว่า
ั
ื
้
็
จะเปนผู้กระท าผิดกฎหมายอาญาในแต่ละความผิด ในขั้นตอนแรกต้องพิจารณาว่าการกระท านั้น ครบ
ื
่
ึ
ี
องค์ประกอบของความผิดทางอาญาหรอไม่ซงประกอบไปด้วย (1) มการกระท าเกิดข้ ึน (2) ครบ
ี
่
ี
ี
ี
องค์ประกอบภายนอกทกฎหมายก าหนด อันได้แก่ มผู้กระท าความผิด มการกระท าความผิด และมวัตถแห่ง
ุ
ุ
ุ
ั
12 อักขราทร จฬารตน์. (2542). การตีความกฎหมาย. กรงเทพฯ: ส านักพิมพ์กฎหมายไทย.น. 64.
ิ
13 ระบบคอมมอนลอว์ หรอระบบกฎหมายอังกฤษ โดยมประเทศอังกฤษ สหรฐอเมรกา ออสเตรเลย อนเดย และ
ี
ี
ิ
ื
ั
ี
่
ประเทศทได้รบอทธพลจากการปกครองของประเทศอังกฤษ และเปนประเทศทใช้ภาษาอังกฤษเกือบทั้งหมด
่
็
ี
ี
ิ
ิ
ั
14 อ านาจ เนตยสภา และ กุสมา เมฆเมฆา. การตีความกฎหมาย. สบค้นเมอวันท 20 พฤษภาคม 2562, จาก
ุ
ื
ี่
ื่
ุ
http://web.krisdika.go.th/data/wcmdata/wcmid127/pakinaka_003amnat.pdf.
844

