Page 886 - รวมไฟล์วารสาร ปีที่ 8 ฉบับที่ 1
P. 886
ิ
ิ
ิ
ุ
ี
ื่
เมอได้ท าการศกษาแนวคดสทธมนษยชนสตร โดยพยายามท าความเข้าใจกฎหมายผ่านสายตา
ึ
ี
ิ
ิ
ี่
ิ
ี
ิ
ิ
์
ของเพศสภาพ (gender) พบว่ามแนวความคดนตศาสตรแนวสตรนยม (Feminist Legal Theoy) ทใช้อธบาย
้
ื
่
ี
่
ั
ิ
ี
ิ
ุ
ความเชอพื้นฐานและข้อเรยกรองของผู้หญงต่อสทธทจะได้รบความค้มครองตามกฎหมายอย่างเท่าเทยมกัน
ิ
ี
ิ
ิ
ี
ิ
ิ
็
ื
ุ
ึ
ึ
ิ
ุ
กับผู้ชาย โดยปราศจากการเลอกปฏบัตบนพื้นฐานสทธมนษยชน และศักด์ศรความเปนมนษย์ โดยค านงถง
ี่
ิ
ื
ี่
ุ
ิ
ความแตกต่างทางเพศสภาพอยู่ 3 กล่มแนวคด คอ แนวความคดทสนับสนนความเสมอภาค (Equality) ทม ี
ุ
ี
ิ
ึ
ิ
ึ
ื
ความเชอว่าระหว่างชายและหญงไม่มความแตกต่างกัน หญงจงสมควรมสทธในการเข้าถงสาธารณะ
ิ
ี
ิ
่
ี
่
ี
ิ
ุ
ั
ี
ประโยชน์และโอกาสเช่นเดยวกับทชายได้รบ ส่วนแนวความคดทสนับสนนความแตกต่าง (Difference) ซง
่
่
ึ
ึ
ิ
ี
ิ
ื
่
ี
ี
ุ
มความเชอว่าชายและหญงไม่ได้ตั้งต้นมาจากจดเดยวกัน ชายและหญงจงมความแตกต่างกันโดยเฉพาะใน
่
ึ
ิ
ี
ื
ิ
ึ
ุ
เรองความสามารถทางร่างกาย การปฏบัตในแต่ละกล่มในลักษณะเดยวกันจงไม่ก่อให้เกิดความเสมอภาค จง
้
่
ี
ี
ี
ี
มการเรยกรองให้มการเปลยนแปลงบรรทัดฐานทางกฎหมายในประเดนทมความแตกต่างทางด้านร่างกาย
ี
่
็
ี
ี่
่
่
ิ
ุ
ิ
ื
ระหว่างชายและหญง และแนวความคดทสนับสนนความหลากหลาย (Diversity) ทมความเชอว่าในระหว่าง
ี
ี
ิ
ผู้หญงย่อมมความแตกต่างกัน ดังนั้น เมอได้พิจารณาตามแนวคดทสนับสนนความหลากหลาย (Diversity)
ี
ื่
ี่
ิ
ุ
ู
แล้ว ภรรยาทใช้ความรนแรงต่อสามเนองจากตนเองถกกระท าโดยมชอบซ ้ากันอย่างต่อเนองไม่ควรทจะต้อง
ี
่
่
ื
ี
่
่
ี
ิ
ุ
ื
ั
ิ
ั
ิ
ี
รบโทษเช่นเดยวกันกับผู้กระท าความผิดโดยทั่วไปทมสภาพจตใจปกต แต่สมควรได้รบการยกเว้นความผิด
ี
่
ี
ิ
่
ยกเว้นโทษ หรอลดโทษได้ เพื่อให้ผู้หญงสามารถเข้าถงความยุตธรรมผ่านบทบัญญัตของกฎหมายเพือ
ื
ิ
ิ
ึ
ิ
ิ
ี
ั
ุ
รบรองค้มครองสทธและเสรภาพในชวิตและร่างกาย ได้
ี
่
ู
จากการศกษาโครงสรางความรบผิดในทางอาญาเพือน าไปส่การพิจารณาความรบผิดของภรรยา
ั
้
ึ
ั
่
ี
่
ื
ี
ั
ทใช้ความรนแรงต่อสามเนองจากตนเองถกกระท าโดยมชอบซ ้ากันอย่างต่อเนอง มปญหาทางกฎหมายใน
ิ
ื
ู
ี
ุ
่
ื
การยกข้นมาปรบใช้ 3 กรณ คอ
ึ
ี
ั
่
็
ี
ี่
ี
ุ
กรณท 1 การใช้อ านาจเพือปองกันโดยชอบด้วยกฎหมายเพือเปนเหตยกเว้นความผิดกรณการ
้
่
ื
ิ
ุ
่
ลงโทษภรรยาทใช้ความรนแรงต่อสามเนองจากตนเองถกกระท าโดยมชอบซ ้ากันอย่างต่อเนอง จะพบปญหา
ื
่
ี
ั
ู
ี
่
ี
้
่
่
ี
ุ
ุ
้
ว่า ศาลฎกาของไทยมักจะพิพากษาว่าการกระท าทภรรยาปองกันเพือให้ตนเองหลดพ้นจากการประทษราย
ี
ี
็
ี
่
็
้
ของสามนั้น เปนการกระท าทเปนการปองกันทเกินสมควรแก่เหต และพิพากษาว่าภรรยามความผิดฐานฆ่า
ุ
ี
่
์
ี
ผู้อนตายโดยเจตนา เพราะในความสัมพันธระหว่างความเปนสามภรรยากฎหมายเรยกรองให้ต้องมความ
ี
็
้
ี
ื่
ี
ุ
7
ู
อดทนต่อกันและกันตามสมควร ด้วยเหตน้ภรรยาผู้ถกประทษรายอันละเมดต่อกฎหมายจากเพราะตนเองถก
ิ
้
ู
ุ
กระท าโดยมชอบซ ้ากันอย่างต่อเนองจงไม่อาจอ้างอ านาจปองกันได้อย่างเต็มท โดยต้องพิจารณาเปนกรณๆ
่
ื
ี
้
ี
8
ิ
็
่
ึ
ื่
ี
ื
9
ิ
้
ี
ไปเนองจาก แต่เดมถอว่าสามมอ านาจอสระเหนอภรยา หากการกระท าการปองกันของภรรยาได้กระท าไป
ื
ิ
ิ
7 Vgl. DietheKienapfel, Strafrecht ;AllgemeinerTeil, 4 Auflage, Wien 1991, S. 37.
8 Vgl. Harro Otto, GrundkursStrafrecht ; AllgemeineStrafrechtslehre, 7, Auflage, Berlin 2004, & 8 Randnummer 90, S.
122.
ี
9 ‘’ระหว่างสามภรยา แต่เดมถอว่า สามมอ านาจอสระเหนอภรยา ภรยามความผิดสามจะปราบปรามตโบยหญง หญงจะเอา
ิ
ิ
ี
ี
ิ
ื
ื
ิ
ี
ี
ิ
ิ
ี
ิ
ี
ี
ิ
์
ี่
โทษแก่สามนั้นมได้’’ ตามพระอัยการลักษณะผัวเมย บทท 60 ในกฎหมายตราสามดวง ฉบับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตรเล่มที่
867

