Page 146 - ทร 21001
P. 146
137
ั
ิ
็
ุ
ั
่
2. ขั้นหาสาเหตของปญหา กระบวนการแก้ปญหาของคนคดเปนจะเร่มทการรจักปญหา รจัก
ู
ี
้
้
ั
ู
ิ
ั
ุ
์
่
ื
ุ
ี
สาเหตของปญหาเหล่านั้น โดยการวิเคราะหข้อมูลทเกียวข้องอย่างน้อย 3 ประการ ว่า ปญหาหรอทกข์นั้น
่
ั
เกิดจากการไม่ผสมกลมกลนระหว่างตนเองกับภาวะแวดล้อมหรอข้อมูลทางวิชาการตรงไหน อย่างไร ม ี
ื
ื
ุ
็
อะไรเปนสาเหตส าคัญบ้าง เช่น
ี
ั
ุ
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากตนเอง จากพื้นฐานของชวิตตนเองและครอบครว ความไม่สมดลของ
การงานอาชพทพึงปรารถนา ความขัดข้องทเกิดจากโรคภัยของตนเอง ความโลภ โกรธ หลง
ี
ี
่
่
ี
ในใจของตนเอง ความคับข้องใจในการรกษาคณธรรม จรยธรรมของตนเอง ฯลฯ
ั
ุ
ิ
ิ
ุ
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากสังคม ชมชนและสภาวะแวดล้อม ความไม่พึงพอใจต่อพฤตกรรม
ุ
ิ
่
ุ
ไม่พึงปรารถนาของเพือนบ้าน การขาดแหล่งเงนทนในการประกอบอาชพ ชมชนมการ
ี
ี
ทะเลาะเบาะแว้ง ขาดความสามัคค ฯลฯ
ี
ุ
- สาเหตส าคัญมาจากการขาดแหล่งข้อมูล แหล่งความรความเคลอนไหวทเปนปจจบันของ
ื
่
่
็
ี
ุ
ู
้
ั
่
ั
ี
ู
วิชาการและเทคโนโลยีทเกียวข้อง ขาดภมปญญาทจะช่วยเตมข้อมูลทางปญญาในการ
ี
่
ิ
ิ
่
ั
บรหารจัดการ ฯลฯ
ิ
3. ขั้นวิเคราะหเสนอทางเลอกของปญหา เมอรสาเหตของปญหาจากการศกษาวิเคราะหข้อมูล
ุ
ั
ั
ึ
ู
่
์
ื
้
์
ื
ื
ั
ี
่
็
ุ
ื
ึ
ดังกล่าวแล้ว ก็มาถงขั้นตอนการก าหนดทางเลอกต่าง ๆ ทน่าจะเปนในการแก้ทกข์ หรอแก้ปญหาท ี ่
็
ั
ี
่
็
เกิดข้น การก าหนดทางเลอกต่าง ๆ ทจะใช้เปนแนวทางแก้ปญหาน้ ี เปนการกระท าโดยการศกษา
ึ
ึ
ื
์
่
วิเคราะหข้อมูลทหลากหลายและพอเพียงทั้งในด้านวิชาการ ด้านสังคมส่งแวดล้อม และข้อมูลเกียวกับ
ี
่
ิ
ึ
่
็
ี่
ิ
ตนเอง ซงเปนตัวแปรทส าคัญในการตัดสนใจด้วย
็
ื
ี
ี
ื
ิ
่
ั
4. ขั้นการเลอกวิธแก้ปญหา ขั้นตอนน้เปนการตัดสนใจ เลอกแนวทางการแก้ปญหาทเหมาะสม
ั
ี
ุ
ื
ุ
์
่
ี
ื
ี่
ทสดตามข้อมูลทวิเคราะหได้ เปนทางเลอกทดทสดในกล่มทางเลอกทได้เลอกไว้
ื
ี่
่
็
ี
ี
ุ
่
ี
่
ื
ี
ิ
ุ
่
ิ
ี
ิ
ื
ื
5. การน าทางเลอกการแก้ปญหาไปปฏบัต เมอได้ตัดสนใจเลอกทางเลอกทดทสดในการ
ี
่
ั
ื
ั
ิ
ิ
ึ
แก้ปญหาแล้วก็มาถงขั้นน าทางเลอกนั้นไปปฏบัตเพือการแก้ปญหา
ั
่
ื
ี
ี
6. การประเมนผลการแก้ปญหา เมอมการปฏบัตการแก้ปญหาแล้วก็จะต้องมการประเมนผลการ
ั
ั
ิ
ิ
ื
่
ิ
ิ
ั
็
ึ
็
ิ
ี
ุ
ิ
่
ี
ู
ั
ด าเนนงาน ถ้าผลทเกิดข้นเปนทพอใจก็จะน าไปส่ความสข แก้ปญหาได้ส าเรจ แต่ถ้าปฏบัตการแก้ปญหา
่
ิ
ู
่
ี
ิ
ุ
แล้วยังไม่พอใจ ยังไม่บรรลตามทคดไว้ก็จะน าไปส่การพิจารณาปญหากันใหม่ เข้าส่กระบวนการ
ั
ู
ึ
ึ
ิ
ั
ี
ั
ุ
ื
แก้ปญหา การศกษาข้อมูลเพิ่มเตมอกจนกว่าจะพอใจและพบกับความสขกับการแก้ปญหานั้นจงจะถอว่า
จบกระบวนการแก้ปญหาของคนคดเปน
ิ
ั
็
ึ
2.4 ฝกทักษะการคิดเปน
็
ี
ี
์
้
ิ
่
คดเปน เปนเรองของการสรางสมประสบการณทจะท าความเข้าใจกับความจรงของชวิต
ิ
็
่
็
ื
ิ
็
คดเปนนอกจากจะเปนการท าความเข้าใจกับหลักการและแนวคดแล้ว กระบวนการเรยนรจะเน้นหนักไป
ี
ู
้
็
ิ
ี
่
ี
ิ
ี
ิ
่
ี
ึ
ิ
ิ
ทการฝกปฏบัตจากกรณตัวอย่าง และจากการปฏบัตจรงในวิถการด ารงชวิตประจ าวัน รวมทั้งการได้แลกเปลยน
ี
ิ
ู
ิ
ุ
ิ
ื
ี
่
์
ความคดและประสบการณจากการสานเสวนาหรออภปรายถกแถลงกับเพือนในกล่มด้วย คนมทักษะสงก็

