Page 35 - เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย
P. 35
28
5.ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับด้านนิทานวรรณคดีไดแก่แนวคิดเกี่ยวกับนิทานพื้นบ้านหรือวรรณคดี
้
เป็นการยกนิทานพื้นบ้านมาสอนในเรื่องของการมองคนหรือการเลือกคบคนอย่ามองคนเพียงแค่รูปลักษณ์
ภายนอกให้มองลึกไปถึงจิตใจความรู้สึกนึกคิดความรู้ความสามารถของคนๆนั้นด้วยอย่างเช่นพระสังข์เป็นคดี มีความรู้
ความสามารถ แต่ท้าวสามลไม่ชอบ เนื่องจากรูปลักษณ์ที่เห็นภายนอก เป็นคนยากจน รูปชั่วตัวด า จึงไม่ยอมรับเป็นเขย
เช่นเพลงพระสังข์
6.ศึกษาแนวคิดเกี่ยวกับด้านสังคมได้แก่เพลงกล่อมเด็กที่สะท้อนสภาพสังคมของคนในแต่ละภาคที่มีความ
แตกต่างกัน มีจ านวน 4 เพลง เพลงนอนสาเหนอ เพลงนอนสาเดอ นอนสาหล่า เพลงไก่เถื่อน
2. ผลการศึกษากลวิธีการใช้ภาษาในแต่ละภาค คณะผู้วิจัยได้วิเคราะห์ออกเป็น 2 ประเด็นคือ
2.1.วิเคราะห์การซ้ าค าเป็นกลวิธีที่ใช้ค าค าเดียวกันซ้ าในค าประพันธ์
ิ
อาจจะวางติดกันแบบค าซ้ าหรือวางไว้แยกจากกันแต่เป็นระเบียบเรียบร้อย โดยเพลงที่เกดการซ้ าค า
ของเพลงกล่อมเด็กมีจ านวน 10 เพลง ดังนี้ เพลงอื่อ จาจา เพลงสิกก้องก๋อ เพลงสิกจุ่งจา เพลงเจ้านรหนอย
นอนสาเหนอ เพลงเจ้านรหอย เพลงแมวโพรง เพลงนอนสาหล่า เพลงจันทร์เจ้า เพลงพระสังข์ เพลงไปคอน
2.2วิเคราะห์ค าสัทพจน์ที่พบในเพลงกล่อมเด็กเป็นกลวิธีการใช้ถ้อยค าที่เลียนเสียงธรรมชาติเช่น
เสียงดนตรีเสียงร้องของสัตว์หรือเลียนเสียงกิริยาอาการต่างๆของคนการใช้ภาพพจน์ประเภทนี้ไม่ว่าจะเป็นการพูดหรือ
การเขียน จะช่วยสื่อให้ผู้รับสารรู้สึกเหมือนได้ยินเสียง โดยธรรมชาติของสิ่งนั้น ๆ และเห็นกิริยาอาการของสิ่งนั้น ๆ
ด้วย มี3เพลงดังนี้ เพลงสิกก้องก๋อ เพลงนอนสาเดอ และเพลงไก่เถื่
ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำค้นคว้ำครั้งต่อไป
1. ควรศึกษาเพลงกล่อมเด็กทั้งสี่ภาค แล้วน ามาเปรียบเทียบด้านวรรณศิลป์ระหว่างเพลงกล่อมเด็กของแต่ละภาค
2. ควรศึกษาคติชาวบ้านในด้านอื่นๆ เช่น ด้านความเชื่อ ค่านิยม ประเพณีวัฒนธรรมของแต่ละภาค

