Page 6 - คู่มือชุดพัฒนาความฉลาดรู้ ด้านการอ่าน เล่มที่ 3
P. 6
ก
คำชี้แจง
เอกสารฉบับนี้ นำเสนอตัวอย่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอานเพอ
ื่
่
ิ
นำไปใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้ในรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเตมกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยหรือกลุ่มสาระการ
ื่
เรียนรู้อื่น ๆ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น จำนวน 40 กิจกรรม โดยแบ่งกิจกรรมทั้งหมดออกเป็น 4 ชุด เพอให้
ครูสามารถนำไปปรับ ประยุกตเพิ่มเติมใช้ในชั้นเรียนได้ตามบริบท การจัดทำเอกสารเล่มนี้ ได้มีการอ้างองและ
ิ
์
นำกรอบการประเมินความฉลาดรู้ด้านการอ่านและข้อสอบของ PISA มาใช้ในการออกแบบกระบวนการเรียนรู้
ของแต่ละกิจกรรม โดยมีการกำหนดเวลาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของแตละกิจกรรมไว้ประมาณ 50-60
่
นาที (คาบ/ชั่วโมง) โดยมีรายละเอียดของ 1) ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน 2) องค์ประกอบของกิจกรรม ดังนี้
ความฉลาดรู้ด้านการอ่าน (Reading literacy) คือ ความสามารถที่จะทำความเข้าใจกับสิ่งที่ไดอาน
่
้
สามารถนำไปใช้ ประเมิน สะท้อนออกมาเป็นความคดเห็นของตนเอง และมีความรักและผูกพันกบการอาน
ิ
่
ั
ี
เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พัฒนาความรู้และศกยภาพ และการมส่วนร่วมในสังคม . สสวท. , OECD (2018)
ั
ซึ่งเป็นสมรรถนะที่เป็นพฤติกรรมจากการรวมกันของทักษะและความสามารถต่าง ๆ ความสามารถของบุคคล
ในการรับรู้ เข้าใจ ถ่ายทอด ขยายความรู้ ประยุกต์ใช้ความรู้ คาดการณ์ปรากฏการณ์จากความรู้ สร้างองค ์
ั
ความรู้ และนำเสนอความรู้ที่มี ซึ่งมาจากการเรียนรู้ ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน ฝึกปฏิบัติ เกิดเป็นทักษะที่อยู่ในตว
บุคคล เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหา สร้างสรรค์ผลงาน และดำรงชีวิตประจำวัน
ประกอบด้วยสมรรถนะด้านการอ่าน ตามกรอบการประเมินของ PISA 2018 ได้แก่
1. การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน (Locating information)
้
ั
่
ิ
(ในกรอบการประเมินเดมใช้คำว่า “การเข้าถึงและค้นคืนสาระ”) ซึ่งโดยทั่วไปผู้อานมกคนหา
เฉพาะข้อมูลที่ตองการโดยไม่พิจารณา ส่วนอื่น ๆ ของบทความ (OECD, 2019c ; อ้างอิงจาก White, Chen
้
่
and Forsyth, 2010) ในการรู้ตำแหน่งข้อสนเทศเมื่อบทอ่านอยู่ในรูปแบบดิจิทัลนั้นต้องใช้ทักษะที่แตกตาง
ิ
จากการอ่านบทอ่านในรูปแบบสื่อสิ่งพมพ์ เช่น ผู้อ่านต้องสามารถจัดการกับรูปแบบใหม่ ๆ ของบทอ่าน เช่น
ี
ผลจากการค้นหาที่อยู่ในโปรแกรมที่ช่วยในการสืบค้นหาข้อมลทางอินเทอร์เน็ต และเว็บไซต์ต่าง ๆ ที่มหลาย
ู
ู
่
แท็บและมีเครื่องมือนำทางที่หลากหลายในการเข้าถึงข้อมล เพื่อใช้ในการหาตำแหน่งของข้อสนเทศในบทอาน
ให้เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยผู้อ่านจะต้องสามารถตดสินใจได้ว่า บทอ่านส่วนใดที่ม ี
ั
้
ความเกี่ยวข้อง มีความถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ อีกทั้ง ผู้อ่านต้องสามารถปรับความเร็วในการอ่านไดโดย
ี
อ่านข้ามส่วนที่คิดว่าไม่เกี่ยวข้องจนกว่าจะถึงข้อความที่น่าจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องแล้วจึงอ่านอย่างละเอยดมาก
ขึ้น ในท้ายที่สุด ผู้อ่านจะต้องรู้จักใช้ประโยชน์จากการจัดระเบียบของบทอ่าน เช่น ส่วนหัวเรื่องที่อาจชี้นำได ้
ว่าส่วนใดที่มีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่กำลังค้นหา
PISA 2018 ได้จำแนก “การรู้ตำแหน่งข้อสนเทศในบทอ่าน” ออกเป็น 2 กระบวนการย่อย ซึ่งขึ้นอยู่
กับจำนวนบทอ่านที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
่
o การเข้าถึงและค้นสาระข้อสนเทศที่อยู่ในบทอ่าน (Scanning and locating) โดยผู้อ่านต้องอาน
บทอ่านเพียงชิ้นเดียวอย่างคร่าว ๆ เพื่อค้นหาข้อมูลซึ่งเป็นเพียงคำ ถ้อยคำหรือวลี หรือค่าตัวเลข
ซึ่งมีความจำเป็นเพียงเล็กน้อยที่จะต้องทำความเข้าใจกับบทอ่านทั้งหมด เนื่องจากข้อมูล
เป้าหมายจะปรากฏเป็นคำต่อคำอยู่ในบทอ่าน
เล่มที่ 3 : กิจกรรมการจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาความฉลาดรู้ด้านการอ่าน

