Page 165 - Computer Network
P. 165
156 บทที่ 20. DHCP & NAT
1. โฮสต์ทำการบรอดคาสท์ DHCPDISCOVER เมสเสจ เนื่องจากโฮสต์ยังไม่มี IP address ใดๆ จึงกำหนดให้
IP address 0.0.0.0 และส่งไปยังปลายทาง 255.255.255.255
2. DHCP server ตอบกลับด้วย DHCPOFFER เมสเสจพร้อมทั้ง IP address ที่นำเสนอใน Your IP address
ในที่นี้คือ 223.93.168.18
3. โฮสต์ร้องขอ IP address ด้วย DHCPREQUEST เมสเสจด้วย IP address ที่ได้รับ โดยระบุ Client IP
address เป็น 223.93.168.18 คือหมายเลขที่ร้องขอ
4. DHCP server ตอบกลับด้วย DHCPACK เมสเสจ พร้อมทั้ง IP address หากเซิร์ฟเวอร์สามารถกำหนด
หมายเลขที่ร้องขอได้ มิฉะนั้นจะตอบกลับ DHCPNAK หากไม่สามารถกำหนดหมายเลขนั้นได้ และเริ่ม
ขบวนการใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้เมสเสจนี้จะถูกส่งออกไปเพื่อให้เซิร์ฟเวอร์อื่นรู้ว่าการร้องขอนี้ได้ถูกยอมรับ
หรือปฏิเสธ
20.2 Network Address Translation (NAT) book)
จากความต้องการใช้เครือข่ายที่สูงขึ้น ทำให้ความต้องการในการใช้ IP Address มีมากขึ้น จนปัจจุบัน IP Address
(partial
ที่กำหนดให้แก่หน่วยงานต่างๆเริ่มลดลง หนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาคือการสร้าง IPv6 ขึ้น เพื่อให้มีจำนวนหมายเลขที่
มากขึ้น อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวไม่สามารถทำได้โดยทันที เนื่องจากการที่จำเป็นต้องแก้ไขหรือปรับปรุงเร้าเตอร์
ที่ใช้อยู่ทั้งหมดมากกว่า 10 ล้านเครื่องในปัจจุบัน ให้สามารถสนับสนุนการทำงานได้
อีกหนึ่งแนวทางในการแก้ปัญหาคือ การใช้ Network Address Translation หรือ NAT เข้ามาช่วยในการ
จัดการ การใช้งานของ NAT ถือว่าเป็นวิธีการที่แยกส่วนของเครือข่ายทั้งหมดในอินเทอร์เน็ตกับเครือข่ายย่อยใน
only
แต่ละหน่วยงานออกจากกัน โดยมีข้อดีดังนี้
• เราสามารถใช้ IP address เพียงหมายเลขเดียว เพื่อสนับสนุนการทำงานทั้งหมดในเครือข่ายย่อยได้ โดยไม่
จำเป็นต้องกำหนดให้เป็นช่วงตามจำนวนเครื่องที่ต้องการ
• สามารถเปลี่ยนแปลงหมายเลขของ IP address ในเครือข่ายย่อย โดยไม่มีผลต่อการทำงานในภาพรวม
ทั้งหมด KKU
• ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนผู้ให้บริการ โดยไม่มีผลใดๆกับเครือข่ายภายใน
• เครื่องที่อยู่ในเครือข่ายย่อยไม่จำเป็นต้องมี IP address ที่ตายตัว เพื่อให้สามารถติดต่อกับเครือข่ายอื่นได้
การทำงานของ NAT อาศัยตารางในการจับคู่ระหว่างโนดที่อยู่ในเครือข่ายกับหมายเลขที่ถูกกำหนดขึ้นจาก
NAT IP Address และ หมายเลขพอร์ตจะถูกจับคู่และบันทึกในตาราง กับ NAT IP address และหมายเลขพอร์ตเมื่อ
ต้นทางต้องการส่งข้อมูล IP Address และ พอร์ตของต้นทางจะถูกแทนที่ด้วย NAT IP address และ หมายเลขพอร์ต
ใหม่ในดาต้าแกรมหลังจากนั้นการสื่อสารของโนดปลายทางจะตอบกลับมายัง NAT IP address และหมายเลขของ
พอร์ตเสมือนเป็นโนดปลายทาง และเมื่อได้ดาต้าแกรมที่ตอบกลับจากปลายทาง NAT IP address และหมายเลข
ของพอร์ตจะถูกตรวจสอบจากที่บันทึกไว้ในตารางเพื่อส่งต่อไปยังโนดที่สื่อสารนั้น
รูปที่ 20.3 แสดงขั้นตอนการทำงานของ NAT เมื่อโนด IP address 192.168.0.1 เป็นเครื่อง PC ของผู้ใช้
ต้องการสื่อสารกับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งสมมติให้มี IP address เป็น 12.119.40.186 สามารถอธิบายได้ดังนี้
1. โฮสต์ 192.168.0.1 ส่งดาต้าแกรมเพื่อสื่อสารกับโนด 12.119.40.186 โนด 192.168.0.1 สร้างดาต้าแกรม
โดยมีแอดเดรสต้นทางเป็น 192.168.0.1 และพอร์ต 3345 (192.168.0.1:3345) และให้โนดปลายทางเป็น
12.119.40.186

