Page 169 - Computer Network
P. 169
160 บทที่ 21. ROUTING ALGORITHMS
21.1.1 Fixed Routing
การใช้งานของ Fixed Routiing เหมาะกับเน็ตเวิร์คที่มีขนาดเล็ก ทำได้โดยง่าย การติดตั้งค่าให้กับระบบ อาจทำ
แบบถาวร โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยข้อมูลที่เกี่ยวกับ เช่น ข้อมูลของทราฟฟิกหรืออื่นๆ การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น อาจ
เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโทโพโลยีของเน็ตเวิร์ค
21.1.2 Source Routing
การทำ Source routing เป็นวิธีที่ค่อนข้างง่าย จากการที่แพกเกตมายังขาเข้าของเร้าเตอร์ จากนั้นเร้าเตอร์จะอ่าน
ค่าของเฮดเดอร์และส่งแพกเกตไปยังขาออก สิ่งที่ควรทราบในการทำงานของ Source routing คือ
• การคาดการณ์ว่าเฮดเดอร์ควรจะมีขนาดเท่าไรค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เนื่องจากไม่สามารถทราบขนาดที่
book)
แน่นอนว่าแพกเกตจะถูกส่งผ่านกี่โนด ก่อนจะถึงโนดปัจจุบัน
• การที่การใช้งานของ Source routing ไม่ได้รับความนิยม เนื่องจากปัญหาการใช้งานในเครือข่ายที่มีขนาด
ใหญ่ (Scalability) เนื่องจาก ในเครือข่ายที่มีขนาดใหญ่การจะใช้เฮดเดอร์เพื่อบันทึกข้อมูลที่โนดผ่านค่อน
ข้างเป็นไปได้ยาก
(partial
21.1.3 Flooding
การทำงานของ flooding ค่อนข้างง่ายเช่นกัน โดยการส่งต่อแพกเกตที่ได้รับออกไปยังทุกทิศทางที่มีการเชื่อมต่อ
ยกเว้นเส้นทางที่เป็นขาเข้าของข้อมูลนั้นๆ การทำเช่นนี้ทำให้เกิดข้อมูลจำนวนมากในเครือข่าย แต่ก็มีข้อดีดังนี้คือ
only
• ข้อมูลที่ส่งไปมีโอกาสที่จะถึงปลายทางค่อนข้างสูง แม้ว่าจะเกิดการล่มหรือขัดข้องของเร้าเตอร์
• ไม่จำเป็นต้องมีเร้าติ้งเทเบิลในแต่ละโนด
KKU
• เส้นทางที่สั้นที่สุดถูกเลือกโดยอัตโนมัติ เนื่องจากการทำเส้นทางจะถูกส่งต่อไปพร้อมๆกัน
• การพัฒนาอัลกอริทึมค่อนข้างง่าย และมี overhead ที่ไม่สูง
เพื่อที่จะลดจำนวนแพกเกตที่ถูกส่งต่อกันไปโดยการใช้ flooding การใช้การนับจำนวนของโนด (number of
hops) ที่ถูกส่งผ่านเป็นวิธีหนึ่งในการลดจำนวนของโนดลง เมื่อไรก็ตามหากจำนวนโนดเป็นศูนย์ แพกเกตนั้นจะถูก
ทำลายไป หรือการที่บันทึกหมายเลขของ แพกเกตที่ถูก flood เพื่อป้องกันการถูกส่งซํ้าอีก
21.2 Adaptive Routing
เนื่องจากความไม่ยืดหยุ่นในการใช้เร้าติ้งโพรโตคอลที่เป็นแบบสแตติก จึงมีความจำเป็นในการที่จะพัฒนาเร้าติ้ง
โพรโตคอลที่สามารถปรับเปลี่ยนเนื่องจากปัจจัยที่เกิดขึ้นในเครือข่าย ประกอบด้วยสองปัจจัยหลักคือ
• การขัดข้องของอุปกรณ์ (Failure): เกิดจากการที่อุปกรณ์ในเน็ตเวิร์คเช่นเร้าเตอร์ขัดข้อง หรือเส้นทางการ
เชื่อมต่อเกิดความเสียหาย ทำให้จำเป็นต้องคำนวณหาเส้นทางใหม่ เพื่อทดแทนเส้นทางเดิม
• ความคับคั่งของเน็ตเวิร์ค (Congestion): เกิดจากการที่มีทราฟฟิกแน่นหนาในบางเส้นทาง ทำให้มีการ
ปรับเปลี่ยนของเร้าติ้งเพื่อช่วยให้การส่งข้อมูลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

