Page 168 - Computer Network
P. 168
บทที่ 21
Routing Algorithms
เร้าติ้งอัลกอริทึมถือว่าเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งที่ทำให้เครือข่ายสามารถที่จะสื่อสารกันได้ และเป็นไปได้อย่าง
book) algorithm ที่ทำหน้าที่ใน
มีประสิทธิภาพมากที่สุด โดยเร้าติ้งอัลกอริทึมส่วนใหญ่ถูกพัฒนาอยู่บน shortest-path
การประมวลผลในการหาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากต้นทางไปยังปลายทางอาศัยค่า Cost หรือ Metric ต่างๆ เช่น
• Cost ∼ 1/capacity ที่ซึ่งค่า cost เป็นสัดส่วนแปรผันกับค่าของ link capacity หากค่า capacity ของ
(partial
link มีมากก็จะทำให้ค่า cost ตํ่าลง
• Cost ∼ packet delay ค่า cost เป็นสัดส่วนแปรผันกับค่าของ average packet delay ที่ซึ่งรวมถึงค่า
queue delay ในบัฟเฟอร์ของสวิตซ์และค่าของเวลาหน่วง (delay) ใน link
• Cost ∼ congestion ค่า cost เป็นสัดส่วนแปรผันกับค่าของการเกิด congestion
only
หากเราจะจัดหมวดหมู่ของเร้าติ้งอัลกอริทึมแล้ว เราอาจแบ่งได้เป็นสองแบบหลักคือ 1.โดยการอาศัยการกระจาย
ของข้อมูล ที่เป็นแบบรวมศูนย์ (Centralize, Global) หรือเป็นแบบกระจาย (Distributed) และ 2.การแบ่งการ
KKU
ทำงานของระบบที่เป็นแบบสแตติก (Static) หรือไดนามิก (Dynamic) ซึ่งแต่ละวิธีสามารถอธิบายได้ดังนี้
• Centralize (Global) คือการทำงานของเร้าติ้งโพรโตคอลที่ต้องอาศัยข้อมูลของการเชื่อมโยงทุกโนด เพื่อใช้
ในการคำนวณหาเส้นทางที่ดีที่สุดหรือใกล้ที่สุด อัลกอริทึมที่ใช้หลักการทำงานนี้ได้แก่ Link State
• Decentralized คือการที่เร้าเตอร์รู้เฉพาะข้อมูลจากโนดที่อยู่ติดกับตนเองเท่านั้น โดยข้อมูลที่ใช้ในการ
คำนวณหาเส้นทางต่างๆ อาศัยข้อมูลจากการแลกเปลี่ยนกับโนดที่อยู่ข้างเคียง อัลกอริทึมที่ใช้หลักการ
ทำงานนี้ได้แก่ Distance Vector
• สแตติก (static) คือการติดตั้ง เร้าติ้งโพรโตคอลที่มีการเปลี่ยนการเชื่อมต่อของโนดค่อนข้างตํ่า หรือในหน่วย
งานที่มีจำนวนโนดในเครือข่ายค่อนข้างน้อย
• ไดนามิก (dynamic) เหมาะสมกับการใช้งานเมื่อมีจำนวนโนดอยู่ในเครือข่ายจำนวนมาก หรือมีอัตราการ
เปลี่ยนแปลงของเครือข่ายค่อนข้างสูง
21.1 Static Routing
จากที่กล่าวมาแล้ว Static Routing เหมาะสำหรับเน็ตเวิร์คที่มีขนาดเล็ก ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของผู้ดูแลระบบในการ
ป้อน routing table การเปลี่ยนแปลงใดๆหลังจากนั้นจำเป็นต้องอาศัยผู้ดูแลระบบในการเข้าไปจัดการ
159

