Page 178 - Computer Network
P. 178
บทที่ 22
Interior Routing Protocol
book)
การทำงานของอัลกอริทึม Bellman-Ford-Moore และ Dijkstra เป็นพี้นฐานที่สำคัญในการพัฒนาโพรโตคอลเพื่อ
ใช้ในทางปฏิบัติ นอกเหนือความเข้าใจของอัลกอริทึมที่ใช้ การพัฒนาของโพรโตคอลจำเป็นต้องมีข้อกำหนดเพิ่มเติม
ตั้งแต่รูปแบบของโพรโตคอล การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างโนด หรืออื่นๆที่อาจเกี่ยวข้อง ในที่นี้เราจะได้กล่าวถึง 2
โพรโตคอลหลักที่ถูกใช้งานในอินเทอร์เน็ตได้แก่ Routing Information Protocol (RIP) ทำงานอยู่บนพื้นฐานขอ
(partial
งอัลกอริทึม distance-vector และ Open Shortest Path First (OSPF) บนพื้นฐานของอัลกอริทึม Link-State
22.0.1 Routing Information Protocol (RIP)
RIP ได้รับการพัฒนาโดย Xerox Network System (XNS) และถูกใช้งานอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่ง
ของ Berkeley Software Distribution (BSD) บน UNIX เพื่อใช้งานกับ TCP/IP การทำงานของ RIP แตกต่างจาก
only
ของ OSPF โดยสิ้นเชิง โดยที่ใน OSPF จะกระจาย (flood) ข้อมูลของ neighbor ไปในเน็ตเวิร์คดังจะได้กล่าวต่อ
ไป แต่ในการทำงานของ RIP จะทำงานในลักษณะตรงข้ามคือ จะส่งข้อมูลของเน็ตเวิร์คทั้งหมดไปให้กับ neighbor
เท่านั้น
KKU
การทำงานของ RIP ถูกพัฒนาในลักษณะที่เป็น background โปรเซสบน UDP ที่พอร์ต 520 เรียกว่า routed
ใน BSD แม้ว่าการทำงานของ RIP จะเป็นโพรโตคอลที่ใช้เพื่อสนับสนุนการส่งผ่านแพกเกต แต่ RIP จะถูกห่อหุ้ม
(encapsulated) ใน UDP datagram และใส่เข้าไปใน IP แพกเกต ดังนั้น การทำงานของ RIP จะอยู่ใน Application
Layer แต่ใช้เพื่อสร้างตารางในการส่งข้อมูลใน Network Layer อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก RIP ทำงานบน UDP ทำให้
ไม่สามารถบอกได้ว่า Routing Information message ที่ถูกส่งออกไปถึงผู้รับหรือไม่
ปัจจุบัน RIP ถือว่าเป็นโพรโตคอลที่ได้รับความนิยมสำหรับเน็ตเวิร์คขนาดเล็ก จะเห็นได้จากใน DSL หรือเคเบิล
โมเด็มทั่วไป สนับสนุนการการทำงานของ RIP ทำให้หากเราต้องการที่จะสร้างเน็ตเวิร์คภายในบ้านหรือสำนักงาน
เราสามารถใช้เร้าเตอร์จำนวนหลายตัวและใช้ RIP เป็นเร้าติ้งโพรโตคอลได้
RIPมีด้วยกันสองเวอร์ชันคือRIPv1และRIPv2โดยRIPv2 เพิ่มเติมการทำงานของRIPv1ที่สำคัญคือทำให้RIP
สามารถรองรับการทำงานของ VLSM และ CIDR ได้ การเพิ่มเติมส่วนของ การพิสูจน์ทราบตัวตน (authentication)
การเพิ่มเติมในส่วนนี้เพื่อให้เร้าเตอร์สามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเมสเสจ (message) ที่ได้รับ
RIP Message
RIPv2ถูกพัฒนาเพื่อต่อยอดการทำงานของRIPv1เพื่อให้สามารถรองรับการทำงานของVLSMและการเปลี่ยนแปลง
RIP message เพื่อให้รองรับการทำการพิสูจน์ทราบตัวตน (authentication) และการทำมัลติคาสท์อย่างไรก็ตาม
ปัจจุบันเร้าเตอร์ส่วนใหญ่จะรองรับการทำงานของ RIPv2 แล้ว แต่ยังคงรองรับการติดตั้งค่าให้ทำงานแบบ RIPv1
ได้เช่นกัน รูปที่ 22.1 แสดงรูปแบบของ RIPv2 message
169

