Page 175 - Computer Network
P. 175
166 บทที่ 21. ROUTING ALGORITHMS
รูปที่ 21.4: เมื่อเส้นทางระหว่างโนด 1 และ 2 ขาดลง
Iteration โนด 2 โนด 3 โนด 4 โนด 5
ก่อนขาด (1, 1) (2, 2) (3, 3) (4, 4)
1 (3,3) (2, 2) (3, 3) (4, 4)
2 (3,3) (2, 4) (3, 3) (4, 4)
3 (3,5) (2, 4) (3, 5) (4, 4)
4 (3,5) (2, 6) (3, 5) (4, 6)
5 (3,7) (2, 6) (3, 7) (4, 6)
... ... ... ... ...
n (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞)
book)
ตารางที่ 21.7: การเปลี่ยนแปลงเร้าติ้งเทเบิล เนื่องจากการเชื่อมต่อระหว่างโนด 1 และ 2 ขาดลง
เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงค่าเกิดขึ้น โนด 2 ส่งค่าที่มีการเปลี่ยนแปลงไปยังโนดข้างเคียง ทำให้โนด 3 ต้องคำนวณ
ใหม่เพื่อไปยังโนด 1 ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในการทำงานรอบที่ 2 จากการเปลี่ยนแปลงนี้ โนด 3 จะส่งค่าที่ได้
ใหม่ไปยังโนดข้างเคียง ในกรณีนี้คือโนด 2 และโนด 4 ทำให้ทั้งสองโนดคำนวณค่าเพื่อไปยังโนด 1 ใหม่ มีผลทำให้
เกิดการเปลี่ยนแปลงข้อมูลในรอบที่ 3 โดยการเปลี่ยนแปลงนี้จะดำเนินไปอย่างช้าๆ และไม่สิ้นสุด ทำให้เป็นที่มีของ
ปัญหาที่เรียกว่า Counttoinfinity (partial
Split-Horizon
only
เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานับถึงอนันต์ หรือ Count-to-infinity จึงได้มีการใช้งานของ Split-Horizon เพื่อแก้ปัญหาที่
เกิดขึ้น โดยหลักการที่ใช้คือ การที่ไม่ส่งเส้นทางที่สั้นที่สุดไปยังโนดที่อยู่ติดกัน ถ้าหากโนดนั้นเป็นโนดถัดไปบนเส้น
ทางที่สั้นที่สุดเพื่อไปยังโนดปลายทาง หมายความว่าจากรูปที่ 21.3 โนด 2 จะไม่ส่งเส้นทางไปยังโนด 1 ไปกลับไป
KKU
ให้โนด 1 โดยเด็ดขาด และโนด 3 จะไม่ส่งเส้นทางไปยังโนด 1 ไปให้โนด 2 เช่นกัน
Split-Horizon with Poison Reverse
จากการทำงานของ Split-Horizon ที่จะไม่ส่งข้อมูลไปให้โนดที่อยู่บนเส้นทางที่สั้นที่สุดแล้ว ยังมีการเพิ่มเติม โดยจะ
ส่งค่าที่เป็นอนันต์ (∞) ไปให้อีกด้วย ซึ่งในที่นี้เสมือนการส่งยาพิษไปให้ ทำให้เรียกว่า SplitHorizon with Poison
Reverse
21.2.2 Dijkstra's Algorithm
อัลกอริทึม Dijkstra เป็นอีกหนึ่งอัลกอริทึมที่นิยมใช้เพื่อหาระยะทางที่สั้นที่สุด แนวคิดพื้นฐานของอัลกอริทึมนี้
จะค่อนข้างแตกต่างจากของอัลกอริทึม Bellman-Ford ซึ่งแทนที่การทำงานของอัลกอริทึมจะบอกถึงโนดถัดไป
เหมือนในของอัลกอริทึม Bellman-Ford การทำงานของอัลกอริทึม Dijkstra จะคำนวณหาเส้นทางเพื่อไปยังปลาย
ทางโดยตรงด้วยตนเอง จากข้อมูลที่ได้จากโนดที่อยู่ติดกันทั้งหมด ทำให้ทราบเส้นทางที่ใกล้ที่สุดจากตนเองไปยังทุก
โนดที่อยู่บนเน็ตเวิร์ค[33]
สมมติให้
• N c เป็นเซ็ตของโนดที่ต่อไปยังปลายทาง

