Page 174 - Computer Network
P. 174
21.2. ADAPTIVE ROUTING 165
5
1 3
2 2
6
3 4
3 3
1
2 5
4
รูปที่ 21.2: การเชื่อมต่อระหว่างโนด 3 และ 6 ขาดลง
Iteration โนด 1 โนด 2 โนด 3 โนด 4 โนด 5
ค่าก่อนการเชื่อมขาด (3, 3) (4, 4) (6,1) (3,3) (6,2)
1 (3, 3) (4, 4) (4,5) (3,3) (6,2)
2 (3, 7) (4, 4) (4,5) (2,5)
3 (3, 7) (4, 6) (4,7) (2,5) (6,2)
(5,5)
(6,2)
4 (2, 9) (4, 6) (4,7) book) (6,2)
5 (2, 9) (4, 6) (4,7) (5,5) (6,2)
ตารางที่ 21.5: แสดงการเปลี่ยนแปลงหลังจากการเชื่อมต่อระหว่างโนด 3 และ โนด 6 ขาดลง
Count-to-infinity (partial
ปัญหาหนึ่งของการใช้อัลกอริทึม Bellman-Ford หรือ Distance Vector คือปัญหาของ Count-to-Infinity ซึ่งเป็น
only
ความล่าช้าของการทำงานของการใช้อัลกอริทึมนี้ เมื่อพบว่ามีโนดใดโนดหนึ่งขาดลด
ตัวอย่าง 21.1 สมมติให้เน็ตเวิร์คมีโทโพโลยีดังรูปที่ 21.3 สมมติมีการเชื่อมต่อจากโนด 1 เข้ามายังเน็ตเวิร์ค จะ
KKU รูปที่ 21.3: เมื่อมีการเชื่อมต่อจากโนด 1
ทำให้มีการอัพเดตของเร้าติ้งเทเบิลดังตารางที่ 21.6
Iteration โนด 2 โนด 3 โนด 4 โนด 5
ค่าเริ่มต้น (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞)
1 (1,1 ) (-1, ∞) (-1, ∞) (-1, ∞)
2 (1, 1) (2, 2) (-1, ∞) (-1, ∞)
3 (1, 1) (2, 2) (3, 3) (-1, ∞)
4 (1, 1) (2, 2) (3, 3) (4, 4)
ตารางที่ 21.6: การอัพเดตของเร้าติ้งเทเบิลเมื่อมีการเชื่อมต่อจากโนด 1
จากนั้นสมมติให้เส้นทางระหว่างโนด 1 และ 2 ขาดลง ดังรูปที่ 21.4 การอัพเดตของเร้าติ้งเทเบิลจะเกิดขึ้น
ตารางที่
จากตาราง 21.7 จะเห็นว่าแต่ละโนดจะเปลี่ยนแปลงค่าของตนเอง โดยที่โนด 2 เข้าใจว่าเส้นทางที่จะไปยังโนด
1 สามารถทำได้โดยผ่านทางโนด 3 และจึงทำการเปลี่ยนแปลงค่าในตารางในรอบที่ 1

